สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ออกแถลงการณ์ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระบรมราชโองการถอดพระอิสริยยศ "เจ้าชายแอนดรูว์" พระอนุชา จากกรณีพัวพัน "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" ผู้ต้องหาคดีจัดหาหญิงเพื่อการค้าประเวณีและล่วงละเมิดทางเพศ
วันนี้ (31 ต.ค. 68) สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระบรมราชโองการถอดพระอิสริยยศ "เจ้าชาย" และฐานันดรทั้งหมดของเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชา และริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหมด นับจากนี้ไปจะต้องใช้ชื่อว่า "นายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน วินด์เซอร์" เหมือนสามัญชน และต้องย้ายออกจากคฤหาสน์รอยัลลอดจ์ ซึ่งเป็นพระตำหนักในเขตพระราชวังวินด์เซอร์
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งมีพระชนมายุ 65 พรรษา ทรงสละบรรดาศักดิ์ "ดยุกแห่งยอร์ก" เพราะได้รับความกดดันอย่างหนัก หลังมีการตีพิมพ์หนังสือ "Nobody’s Girl: A Memoir of Surviving Abuse and Fighting for Justice" ของ นางสาวเวอร์จิเนีย จูฟเฟร ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “เจ้าชายแอนดรูว์” กับ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” ผู้ต้องหาคดีจัดหาหญิงเพื่อการค้าประเวณีและล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการเปิดเผยว่าเธอเคยมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์หลายครั้ง ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ แม้ “เจ้าชายแอนดรูว์” จะปฏิเสธมาโดยตลอด
เมื่อวันพุธ (29 ต.ค. 68) ที่ผ่านมา ในการประชุมรัฐสภาอังกฤษ ยังมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่า “เจ้าชายแอนดรูว์” สมควรได้พำนักอยู่ในคฤหาสน์รอยัลลอดจ์ต่อไปหรือไม่ ขณะที่สื่อมวลชนก็ตั้งคำถามถึงเรื่องที่ “เจ้าชายแอนดรูว์” ทรงรับเงินจากนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ฉ้อโกงเงินบำนาญ