ผู้นำสหรัฐฯ เผย พบตัวและช่วยเหลือนักบินรายที่ 2 จากเหตุเครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 ของสหรัฐฯ ตกในอิหร่านแล้ว
วันนี้ (5 เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และช่วยเหลือนักบินรายที่ 2 จากเหตุเครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 ตกในอิหร่านได้แล้ว หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) เกิดเหตุเครื่องบินขับไล่ เอฟ-15 ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศในเขตศัตรู ทำให้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างเร่งตามหาตัวนักบิน ซึ่งหากอิหร่านจับตัวนักบินทั้ง 2 นาย ไว้ได้อาจทำให้เกิดวิกฤตตัวประกันตามมา และอาจเปลี่ยนมุมมองของชาวอเมริกันที่มีต่อความขัดแย้งครั้งนี้
หลังทรัมป์ออกมาเคลื่อนไหว กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ก็ออกมาอ้างว่า เครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ร่วมปฏิบัติการค้นหานักบินชาวอเมริกันในอิหร่าน ถูกยิงตกในจังหวัดอิสฟาฮาน (Isfahan) ด้วยฝีมือของทหารอิสลาม ขณะที่ก่อนหน้านี้ กองกำลัง IRGC เตือนว่าภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลายเป็น "นรก" หากสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังคงเดินหน้ายกระดับความขัดแย้งต่อไป
ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ยังคงเดินหน้าโจมตีอิสราเอลและประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยที่บาห์เรน วันนี้มีรายงานเกิดเพลิงไหม้ขึ้นบริเวณคลังน้ำมันของ "แบปโค" (Bapco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของบาห์เรน ที่ตั้งอยู่ในเมืองซิตรา (Sitra) หลังถูกอิหร่านโจมตี และวานนี้ก็มีรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลังน้ำมันของบริษัทน้ำมันต่างชาติ ทางตะวันตกของเมืองบาสรา (Basra) ของอิรัก จากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เปิดเผยวานนี้ว่าอิสราเอลโจมตีโรงงานปิโตรเคมี หลังก่อนหน้านี้อิสราเอลได้ทำลายโรงงานผลิตเหล็กของอิหร่าน ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุว่าเป็นวัสดุดิบสำหรับผลิตระเบิดและขีปนาวุธ ขณะที่ มีการเผยภาพควันดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นเหนือโซนโรงงานปิโตรเคมี ในเมืองมาห์ชาห์ร (Mahshahr) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน โดยสื่อฯ อิหร่านรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 5 คน และควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว