เช้านี้ที่หมอชิต - กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตเส้นทางพายุ "คัลแมกี" ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามตอนกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังเคลื่อนผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทย ผ่านอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นด่านแรก ช่วงบ่ายของวันนี้
ช่วง 22.00 น. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 10 พายุ "คัลแมกี" บริเวณเมืองยาลาย ประเทศเวียดนาม โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 350 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันเคลื่อนผ่าน สปป.ลาว และจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงบ่ายของวันนี้ ((7 พ.ย.) ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดศูนย์เฝ้าระวังพายุคัลแมกี โดยวันนี้ 7 พฤศจิกายน เป็นวันที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากแบบจำลองแสดงพื้นที่สีแดงในแผนที่พยากรณ์ฝน พบมีปริมาณฝนสะสมระหว่าง 100–150 มิลลิเมตร และอาจสูงถึง 200 มิลลิเมตรในบางพื้นที่
โดยเฉพาะภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา พื้นที่เหล่านี้อยู่ในระดับสีแดงของแบบจำลอง คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักมากที่สุดและมีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้สูง
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ และโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่านอกจากภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบจากพายุ "คัลแมกี" ยังมีหลายจังหวัดใน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วง 8-9 พฤศจิกายน จะมีฝนตกหนัก 35-90 มิลลิเมตร
ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2-4 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง จึงแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งวันนี้ (7พ.ย.)
สำหรับพายุ "คัลแมกี" ที่เคลื่อนเข้าสู่ไทยช่วงฤดูหนาว ทางกรมอุตุนิยมวิทยาถือว่าไม่ปกติ ในอดีตเคยมีพายุเข้าในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณทุก ๆ 10 ปี ได้แก่ ปี 2517, 2527, และ 2529 ดังนั้นการที่พายุเข้ามาในช่วงฤดูหนาวเช่นนี้ ถือว่าห่างหายไปกว่า 30 ปี
หลังจากพายุ "คัลแมกี" สลายตัว อากาศในประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเย็นลง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอากาศจะหนาวที่สุดของฤดูกาล ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม บริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวจัด
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนามรายงาน ว่าไต้ฝุ่นคัลแมกีขึ้นฝั่งระหว่างจังหวัดดั๊กลักกับจังหวัดซาลาย ทางตอนกลางของประเทศ หลายฝ่ายกังวลว่า อิทธิพลของไต้ฝุ่นคัลแมกีมีแนวโน้มสร้างความเสียหายซ้ำเติมให้กับภูมิภาคทางตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งยังคงประสบกับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 คน ปกติแล้วเวียดนามจะได้รับผลกระทบโดยตรงหรือทางอ้อมจากพายุไต้ฝุ่น หรือพายุโซนร้อนประมาณ 10 ลูกต่อปี แต่ไต้ฝุ่นคัลแมกีนับเป็นพายุลูกที่ 13 แล้วในปีนี้ ที่พาดผ่านเวียดนาม