ผลสอบจเรตำรวจ พบพิรุธ ชุดสอบสวน คดี “ชนนพัฒฐ์” บกพร่องต่อหน้าที่

ผลสอบจเรตำรวจ พบพิรุธ ชุดสอบสวน คดี “ชนนพัฒฐ์” บกพร่องต่อหน้าที่

View icon 1.1K
วันที่ 7 พ.ย. 2568 | 18.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผลสอบจเรตำรวจ พบพิรุธ ชุดสอบสวน คดี “ชนนพัฒฐ์” เร่งรีบสอบสวนไม่ชัดเจน ขาดความรอบคอบ ชี้ บกพร่องต่อหน้าที่ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน 1 นาย ภาคทัณฑ์ 1 นาย

วันนี้ (7 พ.ย.68) ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจแห่งชาติที่มีการรายงาน ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2567 กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ร้องเรียน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เรื่องร้องขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ชุดสอบสวน, หัวหน้าคณะสอบสวน, รอง ผบช.ภ.9 กับพวก ที่รับผิดชอบคดีร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ เเละ พ.ร.บ.คอมฯ ซึ่งมีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว และพวก เป็นผู้ต้องหา

โดยคณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล 10 ปาก พร้อมรวบรวมพยานเอกสาร โดยประเด็นที่มีการกล่าวถึงประเด็น ผู้กล่าวหา และพยาน ซึ่งเป็นตำรวจชุดจับกุม ทางคณะกรรมการได้พิจารณากรณีดังกล่าวแล้วเห็นว่า คณะพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนทางคดีมีความเห็น สั่งฟ้อง นายชนนพัฒฐ์ กับพวก ในความผิดตามที่ถูกกล่าวหานั้น ถูกต้องสมควรแล้ว แต่การที่พนักงานสอบสวนได้ไปสอบสวนเพิ่มเติม ผู้กล่าวหาและพยาน โดยอ้างว่า นายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร้องขอความเป็นธรรมนั้น คณะพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมได้ เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้ทุกฝ่าย

แต่การสอบสวนเพิ่มเติมในคำให้การของ ผู้กล่าวหาและพยาน เป็นคำให้การสั้นๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ และไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ประกอบคำให้การแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการสอบสวนให้ชัดเจน สิ้นกระแสความ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเพิ่มเติม ผู้กล่าวหาและพยานอย่างเร่งรีบ โดยสอบสวนปากคำเพียงสั้นๆ ทำให้คำให้การดังกล่าวไม่ชัดเจน คลุมเครือ และไม่มีพยานหลักฐานต่างๆ มาประกอบคำให้การดังกล่าว ซึ่งผู้กล่าวหา และพยาน พร้อมจะให้การเพิ่มเติม แต่พนักงานสอบสวนรีบเร่งในการสอบปากคำ และยึดถือเพียงสอบสวนตามที่ นายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร้องขอความเป็นธรรมเท่านั้น อีกทั้ง วัน เวลา สถานที่ที่บันทึกในคำให้การที่สอบสวนเพิ่มเติมของผู้กล่าวหา และพยานคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

อย่างใดก็ดี คณะพนักงานสอบสวนสามารถสอบสวนเพิ่มเติมพยานหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาได้ เพื่อให้การสอบสวนชัดเจน สิ้นกระแสความ แต่ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด จึงเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนบกพร่อง ขาดความรอบคอบในการสอบสวนหลักฐานในคดี สอบสวนไม่สิ้นกระแสความ เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 มาตรการการควบคุม ตรวจสอบและเร่งรัดการสอบสวน ข้อควรปฏิบัติในการตรวจสำนวนการสอบสวน ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีหน้าที่ตรวจสำนวนการสอบสวน พึงทำการตรวจในสาระสำคัญ

คณะกรรมการได้ประชุมพิจารณาร่วมกันกรณีคดีอาญาของ สภ.เมืองสงขลา ที่ 352/2565 ลงวันที่ 7 ก.พ.2565 และคดีอาญาของ สภ.หาดใหญ่ ที่ 1010/2565 ลงวันที่ 24 ก.พ.2565 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีพฤติการณ์และหลักฐานเบื้องต้น มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย โดยพิจารณาแยกออกเป็น ดังนี้

1.คดีอาญา สภ.เมืองสงขลาที่ 352/2565 คณะกรรมการได้ประชุมร่วมกันพิจารณาตามคำให้การของพยานบุคคลและพยานหลักฐานแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า คณะพนักงานสอบสวน ตามคำสั่ง สภ.เมืองสงขลา ที่ 127/2565 รวม 4 นาย ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีอาญา สภ.เมืองสงขลา ที่ 352/2565 มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย ด้วยเหตุผลดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เห็นควรให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ม.117 โดยแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชา ภ.9 พิจารณากรณีดังกล่าวต่อไป

2. คดีอาญาของ สภ.หาดใหญ่ ที่1010/2565 คณะกรรมการประชุมร่วมกันพิจารณาตามคำให้การของพยานบุคคลและพยานหลักฐานแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ, หัวหน้างานสอบสวน และ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา มีกรณีบกพร่องอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย ด้วยเหตุผลดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้นดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ม.117 โดยแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชา ภ.9 พิจารณา ดำเนินการต่อไป คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงขอเสนอรายงานการผลตรวจสอบข้อเท็จจริง มาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ก.ย.68 มีผลการพิจารณาลงโทษทางวินัย รายงาน ผบ.ตร. เรื่องผลการตรวจสอบดำเนินการทางวินัย เเละมีคำสั่งให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย ว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษภาคทัณฑ์ กับข้าราชการตำรวจ 6 นาย ดังนี้  ให้ยุติเรื่องการดำเนินการทางวินัย 4 นาย, ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน 1 นาย โดยให้เหตุผลว่าบกพร่องต่อหน้าที่ แต่มีเหตุลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่องจากมีภารกิจมากและไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัยมาก่อน และลงโทษภาคทัณฑ์ 1 นาย เนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่ โดยการพิจารณาลงโทษดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 124, 179 และ 180 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง