26 มี.ค. 69 จากกรณี คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับราคาเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 23 มี.ค. 69 พุ่งสูงถึง 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 23 มี.ค. 69
อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 2,592 ล้านบาท หรือประมาณ 80,344 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนมีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
โดยบรรยากาศปั๊มน้ำมันใน อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ มีชาวบ้านทยอยมาเติมทั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้า หลังทราบข่าวน้ำมันทุกชนิดปรับราคาขึ้นลิตรละ 6 บาท ซึ่งบางปั๊ม น้ำมันดีเซลหมดเกลี้ยง
จากสอบถามนายถนอม อายุ 50 ปี เกษตรกรชาวนา ชาว อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ทำนา 40 ไร่ นำถังแกลลอนมาเติมน้ำมันดีเซลเพื่อนำไปใส่รถไถ กล่าวว่า ราคาน้ำมันปรับราคาขึ้นไม่ว่า ขอให้มีน้ำมัน ฝากบอกกึงนายกรัฐมนตรี บอกพอแล้ว รัฐบาลรวยแล้ว แบ่งให้ประชาชนบ้าง ไม่ไหวแล้ว ส่วนตัวคาดว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มน่าจะปรับราคาขึ้นอีก
ขณะที่ นายปรีชา อายุ 61 ปี เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ชาว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ทำไร่อ้อย 500 ไร่ ต้องตระเวนหาซื้อน้ำมันดีเซล ถึง 6 ปั๊ม ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากต้องนำไปเติมรถตัดอ้อยและรถบรรทุกอ้อยนำส่งเข้าโรงงาน เนื่องจากโรงงานน้ำตาลจะปิดหีบอ้อย ต้นเดือนหน้า ตนเองอยากฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีร นายกรัฐมนตรี ที่ว่า รวยแล้ว รวยแล้ว ไม่ทราบว่าเอามาจากไหน ถ้ารวยแบบนี้ชาวบ้านคงไม่เอา ตอนนี้ชาวบ้านลำบากมากอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำมันอย่างเร่งด่วน