คณะทูตฯ อยากให้ “ไทย-กัมพูชา” กลับสู่การเจรจา “สีหศักดิ์” สะท้อนคำถามในใจคนไทย “ต้องสูญเสียขาอีกกี่ข้าง”

คณะทูตฯ อยากให้ “ไทย-กัมพูชา” กลับสู่การเจรจา “สีหศักดิ์” สะท้อนคำถามในใจคนไทย “ต้องสูญเสียขาอีกกี่ข้าง”

View icon 177
วันที่ 12 พ.ย. 2568 | 14.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“สีหศักดิ์” แจงคณะทูตฯ เหตุระงับปฏิญญา ลั่น!  “ไทย” ขอสงวนสิทธิ์ดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตย ย้ำคำถามในใจคนไทยตอนนี้ “ต้องสูญเสียขาอีกกี่ข้าง”

วันนี้ (12 พ.ย.68) เมื่อเวลา 10.40 น. กระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนายปิยภักดิ์ ศรีเจริญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก ได้จัดบรรยายสรุปแก่คณะทูต และผู้แทนระหว่างประเทศ เกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา และแนวทางดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังทหารไทยเหยียบระเบิด บริเวณพื้นที่ช่องตามาเรีย โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย เอกอัครราชทูต และผู้แทน 59 ประเทศ 1 องค์กร 4 องค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 71 คน ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ 


นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศต้องหยุดชะงัก   และมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกติดตั้งใหม่ และเป็นการเกิดเหตุต่อเนื่อง ครั้งที่ 7 แล้ว นำมาซึ่งการตั้งคำถามอย่างจริงจังของสาธารณชนไทยว่า จะต้องเกิดสูญเสียขาอีกกี่ข้าง เหตุการณ์ดังกล่าวมีความร้ายแรงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อความรู้สึกของสาธารณะชนไทย 

จากนั้น นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสาระนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ระบุว่า ในวงบรรยายสถานการณ์ต่อคณะทูตต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ แจ้งว่า ไทยทำการประท้วงกัมพูชาในเบื้องต้นถึง 2 ครั้ง และได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทยแล้ว

ฝ่ายไทยจะดำเนินการกรอบอนุสัญญาออตตาวา โดยมีหนังสือถึงญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมภาคี อัตราและเลขาธิการสหประชาชาติด้วย ซึ่งจะมีการประชุมรัฐภาคีสมัยที่ 22 ในวันที่ 1 ถึง 5 ธันวาคมนี้ ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงไทยจะมีหนังสือถึงสหรัฐสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย ในฐานะที่ทั้งสองประเทศเป็นสักขีพยานในการลงนามปฏิญญา  Joint Declaration รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลก จะได้รับข้อมูลเช่นกัน เพื่อนำไปชี้แจงให้รับทราบถึงท่าทีของไทย ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจะชี้แจงผ่านคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT พร้อมทั้งจะเชิญ AOT ลงพื้นที่ในเร็ว ๆ นี้

ขณะที่ คณะทูต ได้มีข้อสงสัยสอบถาม ถึงแนวทางการดำเนินการของไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงว่า จากนี้ไปไทยขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย โดยไทยจะดำเนินการตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่

นอกจากนี้คณะทูต ยังสอบถามถึงสถานะของ Joint Declaration ว่า ไทยฉีกทิ้งหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงว่า ณ ปัจจุบันถือว่า ระงับ หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Pause แต่เมื่อคำนึงถึงความรู้สึกของคนไทย ไม่แน่ใจว่าจะคงสถานะการระงับไว้นานแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับท่าที และการตอบสนองของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งคณะทูต ไม่มีคนไหนที่แสดงความกังวลหรือไม่เห็นด้วยกับการระงับ Joint Declaration ซึ่งส่วนใหญ่ได้แสดงความเข้าใจ แต่ก็มีข้อกังวล เพราะไม่อยากให้สถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น โดยอยากให้กลับสู่การเจรจา

ขณะเดียวกัน ไทยกำลงพิจารณาทำหนังสือตรงไปยังประเทศที่ให้ความช่วยเหลือกัมพูชา อย่างที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งในอดีตว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าว อาจจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง