ผู้การสืบ บช.น. ยันจับ “สันธนะ” ตามหมายจับพร้อมพวกรวม 4 คน จากหมายจับ 11 คน ยืนยันจับตามกระบวนการยุติธรรม แม้ภรรยานายสันธนะจะฝ่าวงสื่อมวลชนโต้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง
วันนี้ ( 13 พ.ย.68 ) นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยาของนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางเข้าเยี่ยมนายสันธนะ หลังถูกจับกุมตามหมายจับ และนำตัวมาสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ โดยนางพรรณีเปิดเผยว่า เบื้องต้นต้องไปยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล แต่ส่วนคดีที่นายสันธนะถูกจับกุม ตนมั่นใจว่านายสันธนะถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง เพราะคดีดังกล่าวจบไปนานแล้ว และมีเจ้าหน้าที่รัฐโทรไปขอโทษนายลูอิส 1 ในนผู้ต้องหา ตามที่มีการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นไปแล้ว แต่มีใครบางคนเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นประเด็น เพราะว่านายสันธนะไปแตะพรรคการเมืองบางพรรค ดังนั้นมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน ส่วนจะเป็นพรรคไหน ให้สื่อมวลชนไปดูว่าก่อนหน้านี้นายสันธนะ เปิดแผลพรรคไหนพรรคแรก มันเกี่ยวกับคนที่ไปเดินเก็บเงินที่บ่อนปอยเปตใช่หรือไม่
นอกจากนี้นางพรรณียังถือแท็บเล็ต ที่อ้างว่าภายในมีหลักฐานข้อมูลจำนวนมาก เป็นข้อมูลที่รวบรวมมาตลอด 7 ปี เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และจะสามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งรอบหน้าได้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน จะขอหารือกับนายสันธนะก่อน
ด้าน พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ออกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่าน จำนวน 11 หมายจับ เป็นคนไทย 7 คน และชาวต่างชาติ 4 คน ปัจจุบันจับกุมได้คนไทยแล้ว 4 คน คือนายสันธนะ กับลูกน้อง เหลืออีก 7 คนที่อยู่ระหว่างติดตามตัว ในจำนวนนี้มี 1 คนที่หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว และการตรวจค้นห้องพักของนายสันธนะ มีการขัดขืนเล็กน้อย และยังพบอาวุธปืน 2 กระบอก อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิพกพา
สำหรับหมายจับคดีนี้เป็นคดีเก่า ที่นายสันธนะกับพวกเคยมอบตัวไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใด เมื่อคดีไปถึงชั้นอัยการ อาจมีการไม่ไปตามนัดอัยการ ทำให้อัยการขอให้ตำรวจยื่นขอออกหมายจับในคดีเดิมใหม่อีกครั้ง ซึ่งตนเองก็เข้าจับกุมไปตามหมายจับ ตามหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองใด ๆ ตามที่นายสันธนะหรือภรรยาของนายสันธนะกล่าวหา
อย่างไรก็ตามระหว่างพลตำรวจตรีโชติวัฒน์กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นางพรรณี ภรรยานายสันธนะพยายามเข้ามาชี้แจงกลางวงและท้าทายตำรวจด้วยน้ำเสียงไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของตำรวจ โดยให้เหตุผลว่าการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการต้องมีความเที่ยงธรรมเพราะจะทำให้บ้านเมืองนี้อยู่ในความถูกต้อง พร้อมถามว่าตอนนี้ตำรวจยังเน่าไม่พออีกหรือ ตำรวจต้องทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อพรรคการเมืองหรือนักการเมืองใดพรรคหนึ่งและขออย่าเป็นขี่ข้ารับใช่ อย่าทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว ซึ่งพลตำรวจตรีโชติวัฒน์ ไม่ได้โต้เถียง แต่ยอมรับกับภรรยานายสันธนะว่าตนเองถูกด่าและถูกสอนตั้งแต่ที่มีการจับกุมที่คอนโดฯ แล้ว จะโดนต่อว่าอีกครั้งก็ไม่เป็น แต่อย่าให้ตนเองได้สอนกลับบ้างเพราะตนเองสอนเก่ง