พมจ.อุดรธานี รุดช่วยเด็กหญิง 3 เดือน แม่ติดยาเสพติดขู่ทำร้าย ก่อนหนีไปทิ้งให้ฝ่ายพ่อเลี้ยงดูลำพัง ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก ยอมรับเสพยาทั้งคู่ แต่ฝ่ายพ่อเลิกแล้ว ส่วนแม่ยังไม่เลิก จึงเกิดปัญหาครอบครัวทะเลาะเบาะแว้ง
วันนี้ (1 เม.ย. 69) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา นายหัสพระชัย ภูวงค์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่จาก พมจ.อุดรธานี ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง ในเขต ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี หลังได้รับเรื่องร้องจาก นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิ ทนายความชื่อดังเมืองอุดรธานี ว่ามีชาวบ้านขอความช่วยเหลือ กรณีเด็กทารกอายุ 3 เดือน ถูกพ่อและแม่เลี้ยงดูด้วยความไม่เหมาะสม เนื่องจากแม่เสพยาเสพติดและเลี้ยงลูกไปด้วย ซึ่งแม่มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายเด็กต่อหน้าญาติ เกรงว่าเด็กจะเกิดอันตราย โดยมีคลิปวิดีโอญาติยืนโต้เถียงกับแม่เด็กเป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบพบ ชายอายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นพ่อกำลังเลี้ยงดูเด็กหญิง อายุ 4 เดือน ตามลำพัง ภายในบ้านจัดวางสิ่งของไม่เป็นระเบียบ กลางห้องพบเปลไม้ผูกเลี้ยงเด็กวางอยู่ริมหน้าต่างพอไว้แขวนผ้าอ้อมเด็ก เมื่อพ่อทราบจุดประสงค์ของเจ้าหน้าที่ ได้ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ส่วนผู้เป็นแม่ อายุ 33 ปี ได้หลบหนีออกไปจากบ้านได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว
พ่อของเด็กหญิง บอกว่า ตนและภรรยาเพิ่งคบหากันได้ไม่นาน มีลูกสาว 1 คน อายุ 3 เดือน ยอมรับว่าตนและภรรยาเสพยาบ้า แต่ตนเลิกไปได้สักพักแล้ว แต่ภรรยายังเสพอยู่ เลี้ยงดูลูกก็ไม่เต็มที่ ไม่ค่อยใส่ใจลูก ตนต้องทำงานไม่มีเวลา จึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ตนเคยทำงานเป็นลูกจ้าง อบต.บ้านจั่น เมื่อภรรยาหนีไปจึงต้องลาออกจากงานมาดูแลลูกสาว อาศัยขอเงินญาติไปก่อน ตนรักและสงสารลูกมาก ไม่อยากให้ลูกไปอยู่สถานสงเคราะห์ อยากจะขอลองเลี้ยงลูกดูก่อน แต่หากเลี้ยงไม่ไหว หรือไม่มีคนดูแล ก็คงจะปล่อยให้ลูกไปอยู่กับเจ้าหน้าที่
นายหัสพระชัย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเขาก็รับว่ามีปัญหาครอบครัวจริง โดยเฉพาะแม่เด็กมีการใช้ยาเสพติดจริง แต่ก็หลบหนีออกไปก่อนหน้านี้ ส่วนพ่อเองก็บอกว่าไม่มีเรื่องยาเสพติดแล้ว ยังดูแลลูกได้อยู่ อยากจะขอเลี้ยงลูกไปก่อน และรับปากว่าจะพาเด็กไปหาหมอตามขั้นตอนและตามนัดหมาย หลังจากนั้นก็จะกลับมาประเมินการเลี้ยงดูและสภาพของเด็ก หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานหลักการ เราก็จะเร่งดำเนินการพาเด็กไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่ในระยะแรกนี้ได้ประสานท้องถิ่นให้เข้ามาช่วยดูแลเด็ก ในการติดตามสู่สถานพยาบาล หรืออาจจะจ้างงานผู้เป็นพ่อ เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว