ระทึก ! ลุงเรือล่ม ไหลไปตามน้ำแทบหมดแรง จ.พระนครศรีอยุธยา

View icon 33
วันที่ 20 พ.ย. 2568 | 06.21 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคกลางยังอ่วม ช่วงนี้มีกระแสลมแรง ชาวบ้านลำบากมากขึ้น วานนี้เกิดเหตุระทึก ลุงอายุ 67 ปี เรือล่มกลางแม่น้ำน้อย

ระทึก! ลุงเรือล่ม ไหลไปตามน้ำแทบหมดแรง จ.พระนครศรีอยุธยา
เป็นนาทีชีวิตของ ลุงสนุ่น วงชมพู อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือล่มกลางแม่น้ำน้อย ลอยคอไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ไกลเกือบ 1 กิโลเมตร เคราะห์ดีคว้ากิ่งไม้ไผ่ที่ยื่นลงมาในน้ำได้ทัน ชาวบ้านพบเห็นพายเรือไปกับทีมกู้ภัยไปช่วยเหลือกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ลุงสนุ่น เล่าว่า พายเรือข้ามฟากเป็นประจำเพื่อกลับบ้าน ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แต่วันนี้กระแสน้ำไหลแรงมาก และลมก็พัดแรง ทำให้เรือล่ม พยายามเกาะเรือก็เกาะไม่ได้ ลอยมาตามน้ำ จนแทบจะหมดลมหายใจ ได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนให้คว้ากิ่งไม้ไผ่ ฮึดแรงที่มีเฮือกสุดท้าย คว้ากิ่งไม้เอาชีวิต รอดมาได้หวุดหวิด

เงินเยียวยาน้ำท่วม ไม่พอซับน้ำตา จ.พระนครศรีอยุธยา
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล น้ำยังท่วมเต็มพื้นที่ ระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านอาศัยในน้ำนาน ยอมรับชะตากรรมจากการบริหารน้ำ ปีแล้วปีเล่าก็ยังท่วมเหมือนเดิม

ชาวบ้านลำบากจนพูดไม่ออก น้ำตาไหลแทนคำพูด จุกอกใช้ชีวิตในน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน น้ำลดเล็กน้อยแต่ความทุกข์ ไม่ลดตาม หลังรัฐบาลจะให้เงินเยียวยาแบบขั้นบันได เดือนละ 5,000 บาท ก็มองว่าดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่พอ เมื่อเทียบกับสภาพความเป็นอยู่

ขอทางเข้า-ออก ไปหาหมอที่ รพ. จ.อ่างทอง
ส่วนพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเลน ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง น้ำท่วมสูง 1 เมตร หลังคันดินแตกเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของ ไปเปิดให้บริการที่ชั้น 2

ผู้ป่วย บุคคลการทางการแพทย์ ต้องพายเรือเข้า-ออก บางคนพายเรือไม่ชำนาญก็ยอมเดินลุยน้ำเข้า-ออกโรงพยาบาล จึงอยากให้มีการสร้างทางเดินลอยน้ำ สะพานไม้ชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้ป่วย และบุคลากรทางแพทย์

ธารน้ำใจไม่ขาดสาย ช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.สิงห์บุรี
ส่วนพื้นที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี น้ำยังท่วมสูง นักข่าวช่อง 7HD เดินทางไปกับอาสาร่วมกตัญญู- จิตอาสา นำข้าว-น้ำดื่ม ขนม สิ่งของที่จำเป็นไปมอบให้เด็กชาติพันธุ์เกือบ 100 คน ที่อาศัยอยู่ที่วัดปราสาท แม้แต่พระก็นำของมาบริจาค น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นโรงเรียน นานกว่า 2 สัปดาห์ อุปกรณ์การเรียนที่อยู่ชั้น 1 เสียหายทั้งหมด ต้องอพยพเด็กมาอาศัยอยู่ที่ศาลาวัด มีครูผลัดกันเฝ้ายามช่วยดูแล

ส่วนชาวบ้านยังอาศัยบนบ้านชั้น 2 ท่ามกลางน้ำท่วม คนที่มีบ้านชั้นเดียว ต้องไปอาศัยชั่วคราวที่เต็นท์ริมถนน บอกว่า อาสาฯ ธารน้ำใจ จากภาครัฐ เอกชน ประชาชน แม้แต่พระ ก็ส่งอาหาร สิ่งของมาช่วยเหลือ ไม่ขาดสายทำให้การกินไม่ลำบาก

วานนี้ทางจังหวัดให้ชาวบ้านมาลงทะเบียน เพื่อรับเงินเยียวยา 9,000 บาท และจะได้รับแบบขั้นบันไดภายหลังชาวบ้านพูดตรง ๆ ดีกว่าไม่ได้ เงินที่ได้มองว่า ไม่เพียงพอต่อความเสียหาย

สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา คงการระบายน้ำอยู่ที่ 2,688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลดลง แต่ปริมาณน้ำท่วมยังสูง

ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ถูกน้ำท่วม 5 อำเภอ กระทบโรงเรียน 11 แห่ง ปรับไปเรียนออนไลน์ และมอบหมายงานให้ไปทำที่บ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง