เริ่มบินโดรนสำรวจ ก่อนปักหมุด

View icon 33
วันที่ 20 พ.ย. 2568 | 06.23 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - มาตามนัด ที่หมุดชั่วคราว ชายแดนไทยและกัมพูชา ตามมาด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ตามดูตามถามก่อนนำข้อมูลทั้งหมดกลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาของตัวเอง

เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) เป็นวันแรกของการเริ่มกระบวนการปักหมุดชั่วคราว โดยเริ่มจากการบินโดรนสำรวจภาพถ่ายทางอากาศ ใช้ระบบ LiDAR ไรดาร์ เป็นภาพ 3 มิติ แม่นยำในผลการทำแผนที่

ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีก 2 วัน จากนั้นจะลงพื้นที่ปักหมุดจริง ใช้เวลาประมาณ 15 วันต่อหนึ่งช่วง โดยเฟสแรกคือช่วงระหว่างหลักเขต 42-43 ระยะทาง 7 กิโลเมตร รวมเวลาทั้งหมดราว 3 สัปดาห์ หากไม่มีอุปสรรค ขณะที่แผนเต็มตั้งแต่หลักเขต 42-47 รวมระยะทาง 14.3 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการมากกว่า 60 วัน

ส่วนปัญหาคนกัมพูชารุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา อธิบายว่า เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมานาน ไทยได้ทำหนังสือประท้วงหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการปักหมุดย่อยทุก 50 เมตร ทั้งเส้นสีน้ำเงินของไทย และเส้นสีแดงของกัมพูชา จะช่วยสร้างแนวเขตที่ชัดเจนอย่างไม่เคยมีมาก่อน และหลังการปักหมุดแล้วเสร็จ หากพบว่า มีประชาชนกัมพูชาอาศัยคร่อมเข้ามาในดินแดนไทย พื้นที่เหล่านั้นจะต้องถูกอพยพกลับสู่ฝั่งกัมพูชา ตามข้อตกลงร่วมของทั้ง 2 ประเทศ

ส่วนกรณีการประชุมเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาขอเพิ่มวาระใหม่ คือ การรังวัดพื้นที่ที่มีประชาชนกัมพูชาบางส่วนรุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งไม่อยู่ในข้อตกลงปักหมุดชั่วคราว และอยู่นอกกรอบเจรจาที่กำหนดไว้ จนทำให้การประชุมยืดเยื้อนานกว่า 7 ชั่วโมง สุดท้ายฝ่ายไทยไม่ยอม ก่อนจะกลับเข้าสู่ข้อตกลงเดิม

พันเอก บัญชา ชาญฉลาด รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ระบุว่า "ไม่ทราบวัตถุประสงค์แอบแฝง ของข้อเสนอดังกล่าว"

พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นผู้แทนกองทัพบก นำคณะทูตฝ่ายทหารต่างประเทศกว่า 17 ประเทศ 20 คน อาทิ ผู้ช่วยทูตทหารสหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, บูรไน, เมียนมา, อินโดนีเซีย หรืออิตาลี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังบูรพา ที่ค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด, การบริหารจัดการพื้นที่ และการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์

โดยไฮไลต์ในการบรรยายสรุปครั้งนี้ ได้พูดถึงมาตรการปราบปรามสแกมเมอร์ เรื่องของการปิดด่าน ติดตั้งลวดหนามป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดนในพื้นที่เสี่ยง ทางบริเวณตำบลป่าไร่ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตามแนวคลองลึก และคลองพรมโหด ระยะทาง 16.1 กิโลเมตร รวมถึงจุดเสี่ยงอื่น ๆ ตามแนวคลอง อีก 1.4 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามพรมแดน

ทั้งนี้พบว่าในช่วงที่ผ่านมายังมีคนไทยลักลอบข้ามพรมแดน เพื่อเข้าร่วมขบวนการสแกมเมอร์ และคอลเซนเตอร์ โดยมีลักษณะส่วนใหญ่เป็นการไปเป็นบัญชีม้า

และการไปดูชายแดนของ คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ด่านพรมแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ เพื่อตรวจปฏิบัติการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ และพื้นที่การปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 100% และส่งมอบพื้นที่ให้กับประชาชนพร้อมฟื้นฟูสิทธิที่ดินหลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดเสร็จสิ้นแล้ว

รวมไปถึงพื้นที่ที่มีกัมพูชายิงเข้ามาประเทศไทย 12 พฤศจิกายน เวลา 16.05 น. ขณะกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ประจำการอยู่บริเวณฐาน พบว่า ทหารกัมพูชา ได้ยิงปืน 200-300 นัด โดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ จากฝ่ายไทย

จากนั้นฝ่ายไทยได้ยิงเตือนตามกฎการปะทะ เพื่อลดระดับสถานการณ์ แต่ฝ่ายกัมพูชายังยิงปืนต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ก่อนจะหยุดยิงในเวลา 16.15 น. โดยไม่มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ แต่ฐานได้รับความเสียหาย และต่อมา 17.45 น. ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืนมาอีก 5 นัด ไปยังจุดเดิม จึงเชื่อว่า เป็นการพยายามจงใจสร้างความสูญเสีย โดยฝ่ายไทยไม่ได้มีการตอบโต้กลับ ดังนั้นเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้ง ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไทยกัมพูชา จากที่ประชุม GBC วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการกระทำโดยเจตนาของฝ่ายกัมพูชา ที่บ่อนทำลายสันติภาพ

ส่วนกรณี สื่อกัมพูชา รายงานข่าวว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชา นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ฝั่งกัมพูชาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการหยุดยิงที่บริเวณด่านตรวจที่ตำบลทมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อวานนี้ และได้ยินเสียงอาวุธดังขึ้นจากทางฝั่งไทย จนมีการสั่งระงับภารกิจตรวจสอบ และถอนทีมออกไป

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า ความจริงแล้วเป็นฝ่ายทหารกัมพูชาที่นำกำลังประมาณ 30 นาย จัดฉากให้เหมือนคล้ายคณะ AOT เช่น การสวมหมวกสีฟ้า เข้ามาประชิดแนวชายแดน ก่อนทำการจุดประทัดหลายสิบนัดแล้วโยนเข้ามาในฝั่งไทย เพื่อสร้างเสียงดังคล้ายเสียงปืน ทหารไทยที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง