เวลา 08.55 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง BANGKOK THONBURI HALL มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ทรงเปิดการประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวขนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ ประจำปี 2568 ซึ่งโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับหน่วยงาน สถานศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กรมส่งเสริมการเรียนรู้, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จัดขึ้น เป็นครั้งที่ 11 ในหัวข้อ "70 พรรษามหามงคล เด็กและเยาวชนร่วมสืบสานการเกษตร รักษ์สิ่งแวดล้อม" มีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพหลัก เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีโครงการสำคัญ อาทิ โครงการป่ารักน้ำ, โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ เกิดแหล่งผลิตอาหารกระจายอยู่ทั่วประเทศชาติ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสานต่อ และพัฒนาให้ยั่งยืน เกิดเป็นโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ที่ดำเนินงานมานาน 45 ปี
โอกาสนี้ พระราชทานเกียรติบัตรแด่พระภิกษุ และครูผู้ชนะเลิศการประกวดแข่งขันแนวปฏิบัติที่ดี รวม 42 รูป/คน การประชุมฯ ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,400 คน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ปาฐกถาพิเศษและการเสวนาแนวปฏิบัติที่ดีรายด้านของสถานศึกษา หัวข้อ "การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม", การประกวดแข่งขันทักษะวิชาการของนักเรียน 7 กิจกรรม ได้แก่ การเล่านิทาน, การตัด ปะ ฉีก, วาดภาพระบายสี, คัดลายมือ, เขียนเรียงความภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และการนำเสนอผลงานของนักเรียน
โอกาสนี้ มีพระราชดำรัส เปิดการประชุม
จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงของนักเรียนโรงเรียนบ้านในวง สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ชุด "นารีรัตนา ปวงประชาร่มเย็น" และการนำเสนอผลงานแนวปฏิบัติที่ดีรายด้าน 6 ด้านของสถานศึกษาที่ชนะการประกวด ได้แก่ ด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย เรื่อง "เกษตรยังยืนสู่โภชนาการที่ดี" จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนค็อกนิสไทยฯ จังหวัดสกลนคร, ด้านการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา เรื่อง "ผักจากแปลง แปลงเป็นคำ ร้อยกรองลำนำ ทำเกษตรอินทรีย์" จากโรงเรียนวัดบึงทองหลาง (พิทักษ์วิทยาคาร) กรุงเทพมหานคร, ด้านการส่งเสริมอาชีพ เรื่อง "Green Farm Products Eco-Careers ผลิตภัณฑ์เกษตรสีเขียว สร้างอาชีพรักษ์โลก" จากโรงเรียนบ้านใหม่วิทยา จังหวัดลำปาง และเรื่อง "การแปรรูปใบพลู เพื่อเพิ่มมูลค่าสู่ชุมชน" จากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านโอโลคีบน จังหวัดเชียงใหม่, ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เรื่อง "สืบสานตารีกีปัสผ่านพัดไม้ไผ่" จากโรงเรียนอิบตีดาวิทยา จังหวัดนราธิวาส และเรื่อง "สวนผักของหนู แหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชาอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทโส้" จากโรงเรียนบ้านห้วยกอกหนองเค็ม จังหวัดสกลนคร, ด้านคุณธรรมและจริยธรรม เรื่อง "เมล็ดพันธุ์แห่ง SUTTHA เมตตาธรรมชาติ" จากโรงเรียนบ้านผาเยอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, และด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง "เกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม" จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยน้ำขุ่น จังหวัดตาก
สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 45 ปี ทำให้การดำเนินงานตามพระราชดำริมีความก้าวหน้า เกิดผลสำเร็จ ผู้ปฏิบัติงานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน ช่วยต่อยอดการพัฒนาให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งต่อสถานศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
เวลา 14.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฏ์
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2565-2567 โดยปีนี้ สภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการนี้ พระราชปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวม 487 คน
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "บัณฑิตทั้งหลายได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาดปฏิบัติ จนสมบูรณ์ครบถ้วนตามหลักสูตร และได้รับปริญญาเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะทั่วกันแล้ว เชื่อว่าแต่ละคนคงพร้อมที่จะนำความรู้ที่มีอยู่ มาต่อยอดและพัฒนาให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม รวมทั้งนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง ให้งานที่ทำสำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การจะทำให้ได้ดังกล่าวนั้น มีแนวปฏิบัติอยู่ 2 ประการ ดังที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้แล้วครั้งหนึ่งว่า ประการแรก ต้องหยั่งอยู่ในความรู้ที่ถูกต้อง และรู้กว้าง ที่ต้องรู้ถูกต้องนั้นก็เพื่อไม่ให้พัฒนาผิดพลาด ที่ต้องรู้กว้างนั้น เพราะการพัฒนามีหลายด้าน จึงได้มีวิชาการหลากหลายด้านเพื่อใช้ร่วมกันพัฒนา ประการที่สอง ต้องยืนอยู่บนความถูกควร ตามเหตุผล เหมาะแก่สถานการณ์ เพราะการพัฒนาย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามความจำเป็นและสภาวการณ์วิชาการต่าง ๆ ปรับปรุง เพิ่มพูน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ความยั่งยืนจึงไม่ได้เกิดเพราะการหยุดยืนมุ่งแต่จะอนุรักษ์ จนเปลี่ยนแปลงไม่ได้ การนำวิชาการที่ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โดยประการทั้งสองนี้ไปพัฒนา จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงขอให้บัณฑิตนำสิ่งที่พูดนี้ไปพิจารณาให้เข้าใจ แล้วตั้งใจพยายามนำความรู้ที่ได้ศึกษามา ไปพัฒนาตนเองในทางที่ถูกที่ควร ตลอดจนนำไปใช้ประสานส่งเสริมกับความรู้ในสาขาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาบ้านเมือง ทุก ๆ ด้านให้เจริญก้าวหน้ายั่งยืนสืบไป
จากนั้น ทอดพระเนตรรางวัลและนิทรรศการเทคโนโลยีเพื่อสังคมสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อพัฒนาชุมชนในพื้นที่ห่างไกล เช่น รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 32 เกมการแข่งขัน "TPA Super Dunk-Robo Basketball "การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงถ้วยพระราชทานชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2568 จัดโดย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
"โครงการช่างชุมชนชายขอบ พัฒนาทักษะ สร้างพลังงาน สู่ความยั่งยืน ศูนย์การเรียนกาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน" ส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานทดแทนและเกษตรอัจฉริยะแก่นักเรียน และชุมชนในพื้นที่อําเภอสังขละบุรี และอําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
และ "โครงการเพื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 1" ติดตั้งระบบ Solar lighting และระบบกล้องวงจรปิด CCTV ภายโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 1 จังหวัดนราธิวาส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในสถานศึกษา