เวลา 17.14 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568
ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ
แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนรุตม์ ธัญวงษ์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำกับดูแลกองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฏิบัติหน้าที่อาลักษณ์ อ่านประกาศพระบรมราชโองการถวายพระราชสมัญญา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานหีบพระสุพรรณบัฏเบื้องหน้าพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ทรงกราบราบ แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึก พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568 แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะ และพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา รวม 46 รูป พระสงฆ์ 45 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรสำหรับพระบรมอัฐิทรงธรรม ทรงศีล พระธรรมวชิรญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง "มหาธีรราชจริยากถา" จบ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร 16 ไตร และย่ามที่ระลึกฯ เที่ยวแรก ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้น ทรงทอดผ้าไตร และย่ามที่ระลึกฯ แด่พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 15 รูป จำนวน 2 เที่ยว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2424 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมภพแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 ตลอดรัชสมัย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อวางรากฐาน บุกเบิก พัฒนา และเสริมสร้างราชอาณาจักรไทยให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นในทุกด้าน ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในสงครามโลก ครั้งที่ 1 จนได้รับชัยชนะทำให้ราชอาณาจักรไทยเป็นที่ยอมรับจากนานาอารยประเทศ ทรงกำหนดพระบรมราชวิเทโศบายยกเลิกแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมซึ่งจำต้องทำไว้กับนานาประเทศ กระทั่งได้รับสิทธิทางการศาลและการพาณิชย์กลับคืนมาโดยสมบูรณ์ ทั้งยังทรงมีพระปรีชาสามารถด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ โดยทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้มากมาย ในปี 2524 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ทรงจัดการทดลองระเบียบบ้านเมืองตามระบอบการปกครองสมัยใหม่ ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย มีพระราชดำริให้คนไทยใช้นามสกุล ตลอดจนพระราชทานกำเนิดกองทัพอากาศ และกองเสือป่า พระราชทานสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 พระชนมพรรษา 44 พรรษา
เวลา 19.06 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
เวลา 19.17 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิลเฮ็ล์ม มัคซีมีลีอาน ด็องโค เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ในโอกาสนี้ นางเหยียน ด็องโค ภริยาเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
เวลา 19.33 น. พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายรัคมัต บูดีมัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ในโอกาสนี้ นางเรอีตันตี บูดีมัน ภริยาเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย