ห้องข่าวภาคเที่ยง - มหาอุทกภัย “หาดใหญ่” เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า กระทบทุกคน น่าเห็นใจผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ที่ศูนย์ดูแลฯ หนีน้ำไปไหนไม่ได้ ย้ายขึ้นมาชั้น 2
สภาพภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง บ้านเกาะหมี ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ ก่อนหน้านี้น้ำทะลักเข้าท่วมชั้น 1 เตียงผู้ป่วย ผู้สูงอายุ แช่น้ำ การดูแลเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่และญาติ ๆ ต้องเดินลุยน้ำคอยดูแลผู้ป่วยตามเตียง
ล่าสุด ทีมข่าวได้พูดคุยกับพยาบาลผู้ดูแล บอกว่า ตอนนี้น้ำท่วมชั้น 1 ตามภาพแล้ว แต่ไม่ชะล่าใจ ได้ย้ายทุกชีวิตขึ้นชั้น 2 แล้ว รวม 34 เตียง ซึ่งการเคลื่อนย้ายก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก
เคราะห์ดีที่ตอนนี้ยังไม่ถูกตัดไฟ เพราะต้องใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ บางคนยังต้องดูดเสมหะ ให้อาหารทางสายยาง เจาะคอ เบื้องต้นทุกคนปลอดภัยดี แต่ยังต้องการเสบียงและของใช้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเพิ่ม
ขณะที่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ มีเหตุให้ดรามา หลังมีผู้แจ้งว่า โรงพยาบาลถูกตัดไฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน ทั้งยังมีศพผู้ประสบภัยถูกส่งไปฝากแช่เพิ่มอีก 80 ศพ ล่าสุดเรื่องนี้ ทางกระทรวงฯ ชี้แจงแล้วว่าไม่เป็นความจริง
เนื่องจาก ก่อนที่โรงพยาบาลจะน้ำท่วมมีการฝากแช่ศพอยู่ที่ 27 ศพ และมีผู้เสียชีวิตขณะเกิดเหตุน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน มีศพเพิ่มอีก 14 ศพ ตอนนี้จึงมีศพให้เก็บรักษาทั้งหมด 41 ศพ และไม่มีใครเสียชีวิตเพิ่มจากการที่โรงพยาบาลถูกตัดไฟฟ้า เนื่องจากมีไฟฟ้าสำรองใช้สำหรับ 7 วันอยู่
ทั้งนี้ เรื่องเสบียงอาหารสำรองก็วิกฤต เพราะมีเหลือสำหรับไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งมีผู้แจ้งเรื่องมายังเพจ Drama-addict บอกว่า แม่บ้านแจ้งว่าไม่มีข้าวเหลือแล้ว ต้องงดมื้อเย็น และไม่รู้ว่ารุ่งเช้าจะมีข้าวให้กินหรือไม่ ทำเอาบุคลากรหลายแผนกต้องเร่งจัดสรรปันอาหารให้เพียงพอกับคนที่มีอยู่ บางคนตัดสินใจแจ้งเพจต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยกระจายข้าว เนื่องจากตอนนี้แพทย์แทบไม่เหลือแรงกันแล้ว
หลังเรื่องนี้ถูกตีแผ่ในโซเชียล กระทรวงสาธารณสุขก็รับเรื่อง เตรียมส่งข้าวกล่องจำนวน 1,000 ชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมผู้ป่วยและญาติของโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยจะลำเลียงผ่านเฮลิคอปเตอร์ไปให้
แต่ก็ยังไม่วายถูกจับโป๊ะว่าข้าว 1,000 กล่องนี้ส่งไปเมื่อไร และส่งไปให้ใคร เพราะมีคนไปเจอว่าภาพที่ สธ. นำมาลงนั้น เป็นภาพของโรงพยาบาลสงขลา
เรื่องนี้ทีมข่าวสอบถามไปยังกระทรวงสาธารณสุข บอกว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าทาง สธ. เร่งให้การช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และแก้ไขปัญหาสถานการณ์หน้างานอย่างเต็มที่ โดยจะมีประกาศแถลงข้อเท็จจริงอีกครั้ง