นายกฯ ไม่ก้าวล่วง กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตอบติดตลก ตั้งเป้า สส. พันเก้าอี้

นายกฯ ไม่ก้าวล่วง กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตอบติดตลก ตั้งเป้า สส. พันเก้าอี้

View icon 66
วันที่ 3 ธ.ค. 2568 | 16.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อนุทิน ไม่ก้าวล่วง กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ไม่มองได้เปรียบเสียเปรียบ ขอสร้างนโยบายโดนใจประชาชน พร้อมพูดติดตลก ตั้งเป้า สส. พันเก้าอี้ กั๊กตอบ จับมือเพื่อไทยสมัยหน้า

ที่กองบังคับการปราบปรามตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) วันนี้ (3 ธ.ค.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี กกต. ประกาศปรับเขตเลือกตั้งปี 2569 ว่า จริง ๆ ก็เจอแบบนี้ทุกการเลือกตั้ง เราจะไปก้าวล่วงไม่ได้เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. พรรคการเมืองที่จะไปหาเสียงก็ต้องปรับตัวเอง ไม่ใช่ให้ กกต.ปรับเข้าหาเรา เพราะ กกต.เป็นคนออกกฎเกณฑ์ ส่วนความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยนั้น เป็นพรรคการเมืองก็ต้องไปเลือกตั้ง ทุกเงื่อนไข

เมื่อถามว่า จะมีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามองว่าควรไปสร้างนโยบายที่โดนใจประชาชนดีกว่ามานั่งคิดว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบใคร การแข่งขันเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนโยบายและการสร้างความเชื่อมั่นน่าเชื่อถือให้กับประชาชนว่า ถ้าหากเลือกเราเข้ามาเราจะสามารถทำงานให้ประชาชนได้ เป็นที่น่าพอใจ จึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เมื่อถามว่า ความมั่นใจในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะสามารถซื้อใจของประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องทำนโยบายที่คิดว่าดีที่สุด เสนอให้กับประชาชน ส่วนผู้ตัดสินคือประชาชน เราไปตัดสินเองไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะสามารถจับมือกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ เนื่องจากได้ปฏิบัติตาม MOA นายอนุทิน กล่าวว่า จริง ๆ แล้วก่อนการเลือกตั้ง ไม่มีพรรคไหนมาพูดว่าจะจับมือกับพรรคไหน หรือไม่จับกับพรรคไหน อย่างที่ทราบดีว่าไม่เกิน 2-3 เดือนก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว พรรคภูมิใจไทยก็ต้องหาผู้สมัครที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และหาผู้สมัครตัวหลัก (Primary) ให้ครบ ตั้งสาขาให้เข้ากับรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด

เมื่อถามต่อว่า จะไม่ปิดโอกาสจับมือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องพยายามทำตัวให้ดีที่สุด ดีที่สุดคือการทำให้เกิดความเชื่อใจให้กับประชาชนให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมีการดีลกันหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี

ส่วนความคาดหวังจะได้ สส. 200 ที่นั่งหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวติดตลกว่า พันหนึ่งได้ไหมล่ะ ?

เมื่อถามว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ต้องช่วยชาวบ้านกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละเรื่องกัน ช่วยชาวบ้านแก้ไขสถานการณ์วิกฤติ ตราบใดที่มีรัฐบาลอยู่ และจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จึงจะหมดหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ หรือรัฐบาลรักษาการ หากมีภัย มีเรื่องฉุกเฉิน ก็ต้องลุยเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนพ้นจากภัยและความทุกข์เร็วที่สุด

ส่วนวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ จะทำให้เกมพรรคภูมิใจไทยพลิกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกวันนี้ที่ต้องลงไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ก็เพราะเป็นรัฐบาล ไม่ได้ไปในฐานะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในฐานะที่เป็นรัฐบาลก็ต้องระดมความช่วยเหลือของทุกหน่วยงาน ให้ลงไปช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ นายอนุทิน ถามกลับว่า ใครยื่น ก่อนนิ่งไปสักพัก แล้วตอบกลับว่า “อ๋อ ครับ” แล้วยิ้ม และกล่าวอีกว่า เราควบคุมตัวเองได้ แต่ควบคุมคนอื่นไม่ได้ แต่มั่นใจว่ามีเจตนารมย์ที่ดี ตั้งใจทำงานและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ซึ่งจะทำงานเต็มที่ในฐานะรัฐบาล

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าน้ำท่วมภาคใต้จะเป็นวิกฤติเสียงของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กังวลกระแสว่าพรรคภูมิใจไทยจะขึ้นหรือลง แต่กังวลว่าตนเองจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ไม่ทันใจ

ส่วนเสียงที่ตำหนิรัฐบาลที่ดูจะขมหูในช่วงนี้ มีวิธีการจัดการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า น้อมรับทุกอย่าง ตรงไหนที่ฟังแล้วเข้าท่า มีเหตุมีผล ขออนุญาตคัดลอกไปแก้ไขด้วยซ้ำ