โฆษก ป.ป.ส. เตือน “รับหิ้ว-ฝากของข้ามประเทศ” เสี่ยงตกเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดเกิดเหตุซ้ำ สาวไทยถูกควบคุมตัวคาสนามบินญี่ปุ่น พบไอซ์ซุกในซองกาแฟ พ่อแม่เชื่อลูกถูกหลอกเป็นเหยื่อวอนช่วยตรวจสอบ
(26 ก.ค. 69) จากกรณีสองสามีภรรยา แจ้งว่าบุตรสาว น.ส. จุฑาทิพย์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยแฟนหนุ่ม และเพื่อน มีอาชีพรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เจ้าหน้าตรวจสอบสัมภาระของ น.ส. จุฑาทิพย์ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงถูกควบคุมตัว และแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติด (ยาไอซ์) เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบบุคคลปริศนาที่ฝากหิ้วของข้ามประเทศ เพราะหวั่นเกรงว่าบุคคลที่นำพัสดุซุกยาเสพติดมาให้ลูกสาวไปส่งที่ประเทศญี่ปุ่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่
ล่าสุด น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีการรับจ้างหิ้วฝากของไปส่งยังต่างประเทศ ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการพยายามเตือนและประชาสัมพันธ์ว่าไม่ควรรับฝาก หรือรับจ้างนำสัมภาระหรือพัสดุไปต่างประเทศ และไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม ย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้น หากท้ายสุดสิ่งของที่ถูกลักลอบซุกซ่อนในสัมภาระนั้น เป็นของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงในหลายประเทศ หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจพบ ผู้ที่ถือครองกระเป๋าหรือพัสดุจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดี แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของภายในเป็นของผิดกฎหมายก็ตาม
โดยเคสที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บางบัวทอง ตามที่ครอบครัวได้ไปร้องทุกข์ไว้นั้น สำนักงาน ป.ป.ส. มีเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1 ซึ่งจะทำงานบูรณาการด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประสานงานความร่วมมือในด้านใด หรือข้อมูลในมิติใด เราพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกประการ
โฆษก ป.ป.ส. เผยอีกว่า ต้องยอมรับว่ากลุ่มขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ มักจะเพ่งเล็งจับจ้องไปที่กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีศักยภาพที่จะนำเอาสิ่งของติดตัวไปกับสัมภาระเดินทางไปยังประเทศปลายทาง เช่น อาชีพลูกเรือสายการบิน เป็นต้น หรือถ้าสายตรงที่สุดก็คือกลุ่มที่สร้างเพจออนไลน์รับหิ้วฝากของสินค้า เพราะคนเหล่านี้มักจะมองหากลุ่มคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ หรือหากลุ่มคนที่ชอบประกาศอย่างชัดเจนในโซเชียลมีเดียว่าน้ำหนักในกระเป๋าสัมภาระเดินทางตนเองยังคงเหลือในการรับฝากสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักเป็นประตูเชื่อมให้เครือข่ายนักค้ายาเสพติดมาแสวงหาประโยชน์ จากนั้นหากทำสำเร็จ ขบวนการเครือข่ายก็จะเริ่มมีการซุกยาเสพติดไว้ภายใน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ขบวนการเครือข่ายคำนวณไว้แล้วว่าหากส่งจำนวนกี่ครั้งแล้วผ่านไปได้จนถึงผู้รับปลายทาง
อย่างไรแล้วการรับหิ้วฝากของก็มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีตามกฎหมายของศุลกากรอยู่แล้ว แต่การที่นำพาเอาสิ่งของไปถึงประเทศปลายทาง ไม่มีการตรวจเช็คสิ่งของด้านในว่าคืออะไร แล้วท้ายสุดพบว่ามีการซุกยาเสพติดไว้จนถูกประเทศปลายทางจับกุม โทษที่เกี่ยวกับยาเสพติดหรือของผิดกฎหมายก็สูงขึ้นตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน อีกทั้งในแต่ละประเทศก็มีอัตราโทษจำคุกในเรื่องคดียาเสพติดแตกต่างกันไปอีกด้วย แม้ผู้ทำธุรกิจนี้จะอ้างว่าตนไม่รู้ว่าด้านในมีการยัดไส้ยาเสพติดไว้ก็ตาม
ทั้งนี้ ประเทศไทยมักถูกตั้งคำถามว่าเป็นประเทศทางผ่านและจุดพักของยาเสพติดก่อนกระจายไปยังปลายทางที่สาม ก็เพราะว่าประเทศไทยมีระบบการคมนาคมที่สมบูรณ์ เรามีภูเขา มีแม่น้ำ มีทะเล จึงทำให้ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับประเทศไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับแหล่งผลิตยาเสพติด ก็มักจะพยายามหาช่องทางในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดแต่ละประเภทเข้ามาในประเทศไทย ก่อนที่จะกระจายตัวยาเสพติดไปพักไว้ตามจุดต่าง ๆ รอบปริมณฑล ก่อนส่งเข้าพื้นที่ตอนในกรุงเทพมหานคร แม้เราพยายามสกัดกั้น ปิดกั้นพื้นที่มากเท่าไร หรือความร่วมมือบูรณาการข้อมูลกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่องแค่ไหน ขบวนการเครือข่ายเหล่านี้ก็จะพยายามหาวิธีการให้ได้อยู่ดี เพราะพวกเขาเห็นว่าเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด มันใช้หล่อเลี้ยงชีวิตได้เป็นอย่างดี และแม้ว่าจะมีการพยายามเล็ดลอดเข้ามาของยาเสพติด แต่หากเจ้าหน้าที่รัฐไทยจับกุมตรวจยึดได้มากน้อยแค่ไหน เราก็ให้มันกลายเป็นของกลางในคดีเพื่อเผาทำลายให้สิ้นซากตลอด ยืนยันว่าเราไม่เคยละเลยในการตรวจค้นและจับกุมขยายผลเรื่องยาเสพติด.