สนามข่าว 7 สี - สรุปสถานการณ์ การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 หลายจุด
กองทัพไทยส่ง F-16 ถล่มฐานทหารกัมพูชา จ.อุบลราชธานี
คือนาทีที่กองทัพอากาศได้ใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิด ใส่ที่ตึกสแกมเมอร์ร้าง ตรงข้ามชายแดนช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทหารกัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งสะสมกำลังและอาวุธ มีเป้าหมายจะเข้ามาโจมตีฝ่ายไทยในพื้นที่ลึก เวลาบ่ายโมง เมื่อวานนี้
และยังมีอีกคลิป เครื่องบิน F-16 ของไทย ทิ้งระเบิดใส่กาสิโน ที่ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นและสถานที่ซุกซ่อนอาวุธหนัก และโดรนของทหารกัมพูชา เพื่อโจมตีไทยในพื้นที่ช่องอานม้า
ยิงปะทะช่องบก ทหารพลีชีพ 1 นาย จ.อุบลราชธานี
ส่วนการยิงปะทะในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน ช่วง 07.00 น.วานนี้ ทำให้ทหารไทย บาดเจ็บ 3 นาย ถูกส่งตัวไปที่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โดยมีทีมแพทย์นำรถกู้ชีพเดินทางไปรอรับ ก่อนรีบส่งต่อเข้าห้องฉุกเฉิน
และการยิงปะทะที่ช่องบก เป็นเหตุให้ จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต หรือ "จ่าเพียว" สังกัดกองร้อยทหารม้า ลาดตระเวนที่ 6 เสียชีวิต
คุมผู้ต้องสงสัย ส่งพิกัดให้กัมพูชา จ.อุบลราชธานี
นอกจากนี้ ทหารควบคุมตัว นายเจริญชัย อายุ 31 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ไปมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืน สอบสวน หลังจากที่ นายเจริญชัย เข้าไปในฐานทหาร ทางขึ้นช่องบกช่วงที่มีการยิงปะทะกัน จึงสงสัยว่าเป็นสายลับ แชร์โลเคชั่นให้ฝ่ายกัมพูชา
แต่จากตรวจสอบเชิงลึกของตำรวจ พบว่าเขาน่าจะมีอาการทางจิต จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนปล่อยตัวกลับบ้าน
ส่วนจังหวัดสุรินทร์ ทหารไทยยิงปืน ค. โจมตีฐานสแกมเมอร์ร้างแห่งหนึ่งที่เมืองโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย อยู่ตรงข้ามกับบริเวณช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ โดยมีรายงานว่ากองทัพกัมพูชาใช้เป็นที่ตั้งโดรน เพื่อบินสอดแนมไทย และยังเป็นสถานที่ซุกซ่อนอาวุธหนักของฝ่ายกัมพูชา
กองทัพภาคที่ 2 ใช้โดรนทิ้งระเบิดทำลายกระเช้า และบันไดขึ้นปราสาทตาควาย-เนิน 350 เพื่อตัดการส่งกำลังทหาร เสบียง กระสุน และยุทโธปกรณ์ โดยตัวปราสาทตาควายไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทีมข่าวสังเกตเห็นโดรนปริศนา คาดว่าเป็นของฝั่งกัมพูชา บินว่อนอยู่บนท้องฟ้าใกล้กับปราสาทตาควาย ประมาณ 3 ลำ ลักษณะเป็นการบินสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบ
อีกจุดหนึ่ง ยังไม่แน่ชัดเรื่องพิกัด เพราะไม่มีการเปิดเผย แต่จะเห็นจังหวะที่ทหารไทยใช้ปืน M-16 ยิงใส่โดรนของกัมพูชา ที่บินอยู่เหนือท้องฟ้าอย่างแม่นยำ จนทำให้ระเบิดกลางอากาศ เปลวเพลิงลุกไหม้บนท้องฟ้า
ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ทหารไทยยังยิงปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง หรือ ปรส. โจมตีอนุสาวรีย์ม้าทอง สัญลักษณ์ของกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกองทัพกัมพูชา ที่พลาญหินแปดก้อน
ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
ทหารไทยยังมีการยิงทำลายเสา Anti Drone พื้นที่พระวิหารและห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ ก่อนจะส่งโดรนสอแนม เข้าชี้พิกัดให้กับเครื่องยิงลูกระเบิด ยิงโจมตีใส่ฐานกองร้อยกองบัญชาการที่ 1 สังกัดหน่วยสนับสนุนที่ 383 ของกองทัพกัมพูชา
จรวด BM-21 ยิงถล่มพื้นที่พลเรือนไทย จ.บุรีรัมย์
ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ เป้าหมายของฝั่งกัมพูชา ไม่ใช่พื้นที่ทางการทหาร แต่เป็นพื้นที่ของพลเรือน เพจ "Army Thai" นำมาโพสต์ไว้ ระบุข้อความ มันยิงไม่ยั้ง เขมรยิง BM-21 ลงพื้นที่บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และเป้าหมายเป็นพื้นที่พลเรือน
กองทัพภาคที่ 2 ออกมายืนว่า กัมพูชายิง BM-21 ลงพื้นที่พลเรือน ที่บ้านสายโท 10 อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ผู้นำชุมชน ต้องขอให้ลูกบ้านที่ยังคงตกค้างอยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ อพยพออกจากพื้นที่สีแดงทันที รวมไปถึงชุมชนในอำเภอละหานทรายด้วย เนื่องจากสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว
ด้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว เวลา 15.10 น. เสียงปืนเล็ก และปืนใหญ่ดังต่อเนื่อง บริเวณถนนศรีเพ็ญ ช่วงรอยต่อบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวาน (8 ธ.ค.) โดยพบกระสุนปืนคอ ถูกยิงจากฝั่งกัมพูชา ข้ามมาตกฝั่งไทย ใกล้จุดตรวจ ส.30 ซึ่งเป็นจุดที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ ทำให้ทุกหน่วยต้องประกาศเตือนภัยฉุกเฉินทันที
ทำให้ชาวบ้านที่กำลังเตรียมจะอพยพ ต่างวิ่งหลบเข้าไปยังบังเกอร์ ป้องกันภัย ที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเสียงร้องเรียกให้รีบหลบภัย
ช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. กำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 เผยผลปฏิบัติการสามารถยึดและควบคุมที่หมาย บ้านไปรจัน ตรงข้ามบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ได้เรียบร้อย และเตรียมวางแนวลวดหนามตามแผนฯ ต่อไป โดยปฏิบัติการครั้งนี้ มีกำลังพลถูกสะเก็ดระเบิดฝ่ายกัมพูชา บาดเจ็บ 3 นาย