วันนี้ (26 ธ.ค. 68) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายรัตนพร อายุ 44 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นโดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟธนบุรี แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ในคดีนี้คือ แก๊งมิจฉาชีพได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน-MEA) พร้อมกับแจ้งข้อมูลเท็จว่าเจ้าหน้าที่ได้จดตัวเลขมิเตอร์ไฟฟ้าผิดพลาด ทำให้ผู้เสียหายชำระค่าไฟเกินกำหนด และได้แนบลิงก์ไลน์เพื่อให้ผู้เสียหายแอดไปเพื่อติดต่อขอรับเงินคืน
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและกดลิงก์เพิ่มเพื่อนเข้าไป พบว่าเป็นบัญชีไลน์ปลอมที่ใช้ชื่อว่า "PEA Thailand" ซึ่งมีรูปโปรไฟล์และข้อความแอบอ้างเป็นทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง จากนั้นคนร้ายที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ได้สนทนาและแจ้งว่าผู้เสียหายมียอดชำระเกินอยู่ 1,478 บาท ก่อนจะโทรศัพท์ผ่านไลน์หาผู้เสียหาย และใช้อุบายหลอกล่อให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ทางไกล
โดยให้เข้าไปที่เบราว์เซอร์ Chrome แล้วพิมพ์ URL ตามที่คนร้ายบอก เมื่อผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าวและกรอกข้อมูลส่วนตัวตามคำแนะนำของคนร้ายจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ปรากฏว่าหน้าจอโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้ค้างและเปลี่ยนเป็นสีม่วง จากนั้นเงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหายก็ถูกโอนออกไปจนหมด รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 153,160.41 บาท
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบออนไลน์ และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายรัตนพร ผู้ต้องหารายนี้ เป็นเจ้าของบัญชีม้าที่คนร้ายใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย และได้หลบหนีมาอยู่ในย่านธนบุรี กรุงเทพฯ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและทำการจับกุมตัวในที่สุด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา