วันนี้ (25 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB ) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม น.ส.จุฬาลักษณ์ อายุ 36 ปี พบมีหมายจับจำนวน 2 หมายจับ
1. หมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1333/2565 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”
2. หมายจับ ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ จ.305/2565 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”
โดยสามารถจับกุมได้ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายวัย 18 ปี ได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวไม่ทราบชื่อ อ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทขนส่งบริษัทแห่งหนึ่ง สาขาเชียงใหม่ แจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย ถูกส่งไปยังประเทศจีน หลอกว่าพัสดุหมายเลขอ้างอิงจากศุลกากร พบ สิ่งของที่อยู่ในกล่อง เป็นหนังสือเดินทาง 14 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบ เช่น หนังสือเดินทางและบัตรเอทีเอ็มซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุ
โดยคนร้ายอ้างว่า มีสิ่งของผิดปกติ สร้างความน่าเชื่อถือโดยให้ข้อมูลรายละเอียดการจัดส่งหมายเลขอ้างอิงศุลกากร อีกทั้งพร้อมอ้างชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแนะนำให้ผู้เสียหายแอดไลน์หน่วยงานตำรวจ สภ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่
ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปที่ยังบัญชีของ น.ส.จุฬาลักษณ์ จำนวน 13,301.98 บาท และบอกว่าจะโอนเงินคืนเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากโอนไปแล้ว ผู้เสียหาย โทรติดต่อมิจฉาชีพทางไลน์ แต่ไม่สามารถติตต่อได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับ 2 หมายจับ โดยมีพฤติการณ์คล้ายกัน คือ กลุ่มคนร้าย ได้อ้างเป็นพนักงานส่งพัสดุของบริษัทดังกล่าวเหมือนกัน หลอกให้โอนเงินเพื่อที่จะทำการตรวจสอบพัสดุที่ตกค้างที่อ้างว่ามีการจัดส่งไปที่ประเทศจีน และผู้เสียหายที่หลงเชื่อ ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของ น.ส.จุฬาลักษณ์ พนักงานสอบสวน สน.หนองจอก และพนักงานสอบสวน สภ.ท่าเรือ ผู้รับผิดชอบได้รวบรวมพยานหลักฐาน และทำการขอออกหมายจับ น.ส.จุฬาลักษณ์ เพื่อมาดำเนินคดี และศาลได้อนุมัติหมายจับ
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจ กก.2 บก. ปอศ. ชุดจับกุม ได้สืบสวนติดตาม ทราบว่า ผู้ต้องหาได้มาประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว อยู่ที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้ติดตามตัว พบผู้ต้องหา ที่บริเวณห้องพักใกล้ร้านค้าดังกล่าว จึงได้แสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหาและทำการจับกุมตัว นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป