ข่าวภาคค่ำ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทยและกัมพูชา ลงนามข้อตกลงหยุดยิง หลังบรรลุเงื่อนไข 3 ประการ เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา เฝ้าระวัง 72 ชั่วโมง พร้อมห้ามเคลื่อนกำลังเพิ่มเติม
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะเดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดย พลเอก ณัฐพล และ พลเอก เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ประชุมร่วมกันประมาณ 40 นาที
จากนั้นทั้งสองฝ่ายจับมือ และลงนามข้อตกลงร่วมกัน ก่อนที่ พลเอก เตีย เซ็ยฮา และคณะเดินทางกลับทันที ภายหลังลงนามข้อตกลง พลเอก ณัฐพล แถลงว่า การพิจารณาหยุดยิง ไทยได้กําหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน 3 ประการ เพื่อให้เกิดความสงบอย่างแท้จริง ยั่งยืน คือ
1.ต้องประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการ และจริงใจ 2.การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง และต่อเนื่อง คือให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ (27 ธ.ค.) และให้ทั้งสองฝ่ายยังคงกําลังทหารในพื้นที่ โดยต้องไม่มีการเคลื่อนย้าย หรือเสริมกําลังเพิ่มเติม ให้เฝ้าสังเกตการณ์การหยุดยิง 72 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่า การหยุดยิงเกิดขึ้นจริง จากนั้นจึงจะปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ตามหลักสากล เมื่อสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ และ 3. มีเจตนาตั้งใจสุจริตในการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ขอย้ำว่า จะต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้แล้วเสร็จ เพื่อทำให้พื้นที่ปลอดภัย ก่อนจะสำรวจ และจัดทำหลักเขตในระยะต่อไป
พลเอก ณัฐพล ยังระบุว่า ภายหลังการลงนาม ต้องติดตามสถานการณ์ 72 ชั่วโมง เพื่อดูความจริงใจ ส่วนกองทัพควบคุมพื้นที่ตามเป้าหมายได้ 99% เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการลงนามข้อตกลงว่า เป็นไปตามขั้นตอนของกองทัพ โดยได้รับรายงานจากกองทัพว่า ได้สถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนในทุกพื้นที่ตามแผนเรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามเป้าหมายของกองทัพ และรัฐบาล ขอให้ประชาชนเข้าใจ พร้อมย้ำว่า ไทยยึดถือข้อตกลงทุกข้อ และไม่ได้ไปรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน เพียงแต่รักษาอธิปไตยของไทยอย่างเต็มที่ ไม่ให้ใครล่วงล้ำได้ อย่างที่ตนพูดเสมอว่า "ตารางนิ้วเดียวก็ไม่เสีย"
ขณะที่ กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 11.46 น. พลทหาร นรินทร์ เงาไพร ได้เหยียบทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาวางไว้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณขาข้างซ้าย ขณะปฏิบัติการทางทหาร ภายในฐานของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่เขาสัตตะโสม จังหวัดศรีสะเกษ นับเป็นทหารกล้าที่สูญเสียขาเป็นรายที่ 10
นอกจากนี้ ยังมีกำลังพลถูกยิง 2 นาย คือ จ่าสิบเอก สิระศิก จิตบุญ และ สิบเอก สุขสันต์ โนนโพธิ์ หลังเกิดเหตุได้ปฐมพยาบาล และนำส่งต่อโรงพยาบาลใกล้เคียง
ส่วนกองทัพภาคที่ 1 ได้โพสต์สดุดีทหารกล้า จ่าสิบเอก พีระยุทธ น้าวิลัยเจริญ สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่ ปกป้องอธิปไตย ในพื้นที่ชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นทหารที่เสียชีวิต รายที่ 27
ส่วนกรณีช่วงเย็นวานนี้ (26 ธ.ค.) กัมพูชายิงจรวด BM-21 กระหน่ำโจมตีฝ่ายไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้ทหารไทยพลีชีพ 3 นาย และทำให้ พลทหาร นิธิกร สมทุม อายุ 21 ปี หรือ พลทหารโตเกียว บาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดที่คอ ซึ่งมีกระแสข่าวว่า พลทหารโตเกียวเสียชีวิต แต่ต่อมาชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้ง
วันนี้โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี แจ้งว่า อาจเป็นความคลาดเคลื่อน โดย พลทหาร โตเกียว ยังมีชีพจร แต่มีเศษสะเก็ดระเบิดแทงอยู่ที่คอด้านขวา ส่งผลให้เส้นเลือดแดงใหญ่ขาด อาการสาหัส จึงส่งตัวเข้าผ่าตัดทันที จนหยุดเลือดได้ เบื้องต้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่วัดเจริญสูง อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สิบเอกกัมปนาท ทองแสง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารกล้าที่พลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตย ในพื้นที่ชายแดน อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ร่วมพิธี และเป็นกำลังใจครอบครัวทองแสงเป็นจำนวนมาก
พ่อ-แม่ ของสิบเอก กัมปนาท ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า แต่ก็ภูมิใจในตัวลูกชายที่ปกป้องประเทศจนลมหายใจสุดท้าย ซึ่งกองทัพบก ปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานชั้นยศ เป็นพันเอก และจะได้รับเงินพระราชทาน เงินช่วยเหลือเยียวยา รวมกว่า 12 ล้านบาท