เจาะประเด็นข่าว 7HD - "สมรภูมิช่องอานม้า" เคยถูกพูดถึงในภาพรวม ว่าจุดนี้เป็นอีกจุดที่ใช้เวลายึดคืนพื้นที่นาน เพราะต้องยึด 2 เนินที่เป็นชัยภูมิสำคัญก่อน ถึงจะยึดพื้นที่นี้คืนได้ และภารกิจเสี่ยงตายแบบนี้ ก็ต้องมีหน่วยบุกตะลุย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ทหารพราน
กระโดดลงคูเล็ต วิ่งฝ่าแนวกระสุน เข้าไปในพื้นที่เป้าหมาย นี่เป็นภาพเพียงส่วนเสี้ยวเดียว ของยุทธการยึดคืนแผ่นดินของไทย ที่ถูกรุกล้ำมาอย่างยาวนาน ตามเส้นปฏิบัติการแผนที่ 1 ต่อ50,000 และสมรภูมินี้ก็คือ พื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
อย่างที่รู้กันว่า สมรภูมินี้ไทยบุกเข้ายึด 2 เนินที่เป็นชัยภูมิสำคัญก่อน ก็คือ เนิน 500 และ เนิน 677 ซึ่งเป็นจุดสูงข่ม ซึ่งก็ไม่ง่าย เพราะสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน เต็มไปด้วยป่าทึบ และโขดหิน การรุกคืบทำได้ยากลำบาก อีกทั้งยังมีการวาง "กับระเบิด" ไทย ต้องใช้กำลังผสมจาก กองทัพภาคที่ 2 , ทหารพราน และปืนใหญ่ สนับสนุนด้วยการโจมตีทางอากาศจากกองทัพอากาศ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงสามารถยืนยันได้ว่า ไทยยึดคืนพื้นที่นี้ได้ 100%
ซึ่งตามข้อมูลที่มีการรายงาน พบว่า สมรภูมินี้ เราเสียทหารกล้าไป 4 นาย ที่เนิน 677 ประกอบด้วย จ.ส.อ.ดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง, พลฯ มุสตากีม เจ๊ะมะ, จ.ส.อ.ทวีรัตน์ รัตนบุรี และทหารราบอีก 1 นาย ส่วนทหารกัมพูชา ในช่วงสัปดาห์นั้นเสียกำลังพลกว่า 200 นาย รถถังถูกทำลาย 12 คัน และโดรนโจมตีถูกยิงตกกว่า 170 ลำ
และภายหลังการยึดพื้นที่ได้ ไทย พบสมุดบันทึกแผนผังการวางทุ่นระเบิด และกับระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก เป็นอีกหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า "กัมพูชา" ละเมิด และกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณภาพจาก : Facebook กรมทหารพรานที่ 23