สนามข่าว 7 สี - คดีล่าสุดของ "บิ๊กโจ๊ก" ตำรวจชุดทำคดี ยอมรับว่า เอาผิดไม่ง่าย ถ้าพยานหลักฐานไม่แน่นพอ กว่าจะรวบรวมมาได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ว่า ตำรวจมโนขึ้นมาเอง แต่เพราะได้หลักฐานจาก "อดีตลูกน้อง" บิ๊กโจ๊ก" คดีจึงมีมูลค่อนข้างน่าเชื่อถือ
ความยาวคลิป 17 นาที เล่าที่มาที่ไป อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ "บิ๊กโจ๊ก" ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ไปจนถึงพฤติการณ์ในช่วงที่เกิดคดี ว่า "บิ๊กโจ๊ก" ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง
จุดที่เป็นไฮไลต์ ก็คือภาพที่สั่งการให้ "อดีตลูกน้อง" ซึ่ง 1 ในนั้นก็มี "พลตำรวจเอก ภาคภูมิ" นำทองคำแท่ง หนัก 246 บาท ไปส่งมอบให้กับคนใกล้ชิดของกรรมการ ป.ป.ช. แล้วกำชับให้ลูกน้องถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ ยังมีการลำดับเหตุการณ์ สลับกับการเปิดคลิปเสียงบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างบุคคล 2 คน คนหนึ่งอักษรย่อ "ห." ซึ่งก็พอจะเดาได้
กับอีกคนที่อักษรย่อ "ส." ซึ่งไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร แต่มีข้อมูลระบุว่า เป็น 1 ใน 6 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้
ในการแถลงข่าวเมื่อวาน ใช้เวลาไปร่วม ๆ 1 ชั่วโมง เพราะนอกจากจะอธิบายเรื่องความเชื่อมโยงทางคดีแล้ว ยังตอบคำถาม ข้อสงสัยประเด็นต่าง ๆ เช่นว่า พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ จริงหรือไม่ ที่คดี "บิ๊กโจ๊ก" รวดเร็วว่าคดีของ "บิ๊กต่อ" ไปจนถึงว่า พยานหลักฐานที่ตำรวจมีละเอียดแค่ไหน ถึงมั่นใจว่า จะเอาผิดกับ "บิ๊กโจ๊ก" ได้
อีก 1 หลักฐานสำคัญ ยังมาจากคำให้การพยานผ่านการจำลองเหตุการณ์ และพยานก็ตอบคำถามได้ละเอียดยิบ แม้จะถูกถามว่า มีเก้าอี้กี่ตัว ใครนั่งตรงไหนบ้าง รวมทั้งระยะมองเห็นคนที่รับมอบทอง พยานก็สามารถตอบคำถามได้อย่างละเอียด
หลังจบการแถลงข่าว พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ได้ต่อสายคุยกับผู้สื่อข่าว บอกรู้สึกโล่งใจ และมั่นใจขึ้น เพราะพยานหลักฐานต่าง ๆ ตรงกับหลักฐานที่ตัวเองมีอยู่ในมือ ยืนยันว่า ได้รับคำสั่งให้นำทองแท่งน้ำหนัก 246 บาท ไปมอบจริง และถูกสั่งให้ติดกล้องแอบถ่ายไว้เป็นหลักฐาน เรื่องนี้ จึงไม่ใช่การจัดฉากหรือกลั่นแกล้ง
และพ่อก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเปิดโปงนี้ แต่ที่ทำเพราะรับไม่ได้กับวิธีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อใส่ร้ายคนอื่น
ขณะที่ ทนายความ "บิ๊กโจ๊ก" เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน 2 ชุด กล่าวหา ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตลูกน้องของ "บิ๊กโจ๊ก"
หลังจากนี้ จะไปยื่นหนังสือคัดค้าน ไม่ให้ส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจดำเนินการ เพราะมองว่า ตอนนี้ ตำรวจที่ทำคดีนี้ คือ คู่กรณีของ "บิ๊กโจ๊ก"
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า
ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ผู้ที่ถูกพาดพิง พ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบ การกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าว และมอบหมายให้นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลแทน