ไฟไหม้สปีดโบต เสียหายกว่า 20 ลำ ในช่วงเกิดเหตุเรือทุกลำเติมน้ำมันเต็มถังรอให้บริการนักท่องเที่ยว ลมแรงพัดสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือลำอื่น ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งการด่วน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ค้นหาสาเหตุเพลิงไหม้ เคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ ป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล
ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้สปีดโบต ท่าเรือฉลอง จังหวัดภูเก็ต ในช่วงเช้าวันนี้ (7 ม.ค.69) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต แจ้งว่า หลังจากนายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบตลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบตได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ในเบื้องต้น กว่า 20 ลำ
ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทันที
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ทางสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด
ทั้งนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ
ทั้งนี้ จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ กว่า 20 ลำ ขณะที่ในช่วงสาย เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล