บิ๊กโจ๊ก สู้กลับ ทวงความเป็นธรรม

View icon 122
วันที่ 7 ม.ค. 2569 | 11.27 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังการแถลงข่าวกว่า 1 ชั่วโมง อธิบายความเชื่อมโยงคดีติดสินบน ว่า "บิ๊กโจ๊ก" เกี่ยวข้องอย่างไร "บิ๊กโจ๊ก" ก็สู้กลับด้วยการให้ทนายความ ไปแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน เพื่อกล่าวหาคณะพนักงานสอบสวนทั้ง 2 ชุด ว่าทำคดีโดยมิชอบ และวันนี้ก็ไปยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ไม่ให้ส่งสำนวนคดีกลับมาให้ตำรวจ

การสู้กลับของ "บิ๊กโจ๊ก" ถ้าไม่นับความพยายามแก้ต่างหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา การเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน 2 ชุด กล่าวหา ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" สามารถเอาไปอ้างอิงได้เต็มปากว่า ตำรวจที่ทำคดี ตอนนี้คือคู่กรณี

และยังทำให้ทนายของ "บิ๊กโจ๊ก" สามารถนำเรื่องนี้ ไปรวมกับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการดำเนินคดีกับ "บิ๊กโจ๊ก" ที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายน เช่น พยานบุคคลสำคัญอาจถูกแนะนำ จูงใจ ขู่เข็ญ หลอกหลวงเพื่อให้ใส่ความผู้ต้องหา, เรื่องการไม่ดำเนินคดีกับ "พันตำรวจเอก ภาคภูมิ" ที่ออกมาแฉเรื่องการรับสินบนทองคำ และเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้มีการแถลงข่าวในวันที่ 6 มกราคม หลังจากที่ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไปแล้ว

ประเด็นเรื่องการไม่แจ้งข้อกล่าวหา และกันตัว "พันตำรวจเอก ภาคภูมิ" เป็นพยาน จริง ๆ มีการอธิบายในการแถลงข่าวไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ว่าเหตุเพราะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วัน หาก ป.ป.ช. พิจารณาว่า สมควรมีการแจ้งข้อกล่าวหา ก็สามารถดำเนินการภายหลังได้ ขณะเดียวกันระหว่างที่มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ก็ได้พิสูจน์ไปในระดับหนึ่งแล้ว ว่า "พันตำรวจเอก ภาคภูมิ" กับพวก จำเป็นต้องนำทองไปส่งให้กับผู้รับ เพราะอยู่ในสภาพถูกบีบบังคับให้กระทำ และไม่ได้มีส่วนได้เสียในคดีนี้

อย่างไรก็ตามมีอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าว ยืนยันว่า คดีนี้มี พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิศมัย, พันตำรวจเอก เขมรินทร์ พิศมัย และพันตำรวจโท คริษฐ์ ปริยะเกตุ ที่ให้การเอาผิดกับ "บิ๊กโจ๊ก"

และจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ก็มีอีก 1 คดี ที่สามารถเอาผิดกับ "บิ๊กโจ๊ก" ในข้อหาทำร้ายร่างกายได้อย่างชัดเจน และเร็ว ๆ นี้ ก็จะเชิญตำรวจอีก 7 นาย ที่เคยแจ้งความดำเนินคดี ที่ถูกทำร้ายร่างกาย และตัดสินใจไม่ยอมความ มาสอบปากคำถึงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง