รองหนึ่ง อดีตลูกน้องคนสนิทบิ๊กโจ๊ก หอบหลักฐานยื่น สว.

รองหนึ่ง อดีตลูกน้องคนสนิทบิ๊กโจ๊ก หอบหลักฐานยื่น สว.

View icon 55
วันที่ 7 ม.ค. 2569 | 18.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รองหนึ่ง ลั่น ! ฟางเส้นสุดท้ายตัดสินใจแฉ “บิ๊กโจ๊ก” เพราะโยนความผิดทุกคดีให้ลูกน้อง จึงหอบหลักฐาน เป็นเอกสารกว่า 200 แผ่น ยื่นต่อ สว. ตรวจสอบคดีติดสินบน ป.ป.ช.

วันนี้ ( 7 ม.ค.68 ) พันตำรวจเอก ภาคภูมิ ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” นำหลักฐานยื่น สว. ตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. รับสินบนจากอดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยฟางเส้นสุดท้าย คือโยนความผิดทุกคดีให้ลูกน้อง และบังคับเปิดโปงคดีอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยไม่มีพยานหลักฐาน

พันตำรวจเอกภาคภูมิ นำเอกสารกว่า 200 แผ่น ที่เกี่ยวข้องกับคดีพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ มามอบให้กับนายพิสิษฐ์  อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เป็นตัวแทนของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อนำไปยื่นให้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้พิจารณาคำร้อง

พันตำรวจเอก ภาคภูมิ เปิดเผยว่า ฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ตัดสินใจออกมาเปิดเผยความจริงทุกอย่าง คือการที่ผู้บังคับบัญชาโยนความผิดเกี่ยวกับทองคำกว่า 200 บาท มาให้ตัวเอง และเหตุการณ์วันแถลงข่าว เมื่อ 19 มีนาคม 2567 ที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเงินเว็บพนัน BNK จำนวน 38 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงถึง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในวันนั้นตัวเองและน้องชายไม่เห็นด้วยที่จะแถลงข่าวกล่าวหาใครโดยไม่มีข้อมูล จึงมีปากเสียงทะเลาะกับผู้บังคับบัญชาอย่างรุนแรง รวมถึง มีพฤติกรรมโยนความผิดเรื่องอื่นๆให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผู้รับผิดแทน วันนี้จึงได้นำพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐรับสินบนมามอบให้ตัวแทนของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เปิดเผยว่า กรณีที่มีกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ขั้นตอน ตามมาตรา 236 ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทำการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ซึ่งในกรณีที่ประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา  และในระหว่างกระบวนการพิจารณา กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา  จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้