ประเด็นเด็ด 7 สี - วันนี้เป็นคิว "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นขอความเป็นธรรมกับ ป.ป.ช. ตั้ง 4 ข้อสังเกตว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนในฝั่งตำรวจก็ยืนยันพร้อมไขทุกข้อข้องใจ และพรุ่งนี้ ก็จะมีแถลงเพิ่มอีก
นี่เป็นเพียงข้อสงสัยเพียงส่วนเดียว ที่ทนายความของ "บิ๊กโจ๊ก" ตั้งข้อสังเกต หลังไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ ป.ป.ช. พร้อมคัดค้านการส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำคดี ซึ่งก็ยังมีข้อสงสัยอื่น ๆ อีก เช่น พยานบุคคลสำคัญอาจถูกจูงใจ ขู่เข็ญ หลอกหลวงให้ใส่ความ เรื่องการไม่ดำเนินคดีกับ "พันตำรวจเอกภาคภูมิ" และเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้มีการแถลงข่าว หลังจากที่ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไปแล้ว
ไขข้อข้องใจเท่าที่ให้คำตอบได้ "บิ๊กเต่า" บอกว่า เรื่องการไม่แจ้งข้อกล่าวหา "พันตำรวจเอกภาคภูมิ" เพราะเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วัน หาก ป.ป.ช. จะคืนสำนวนคดีให้ ก็จะให้แนวทางมาด้วยว่าต้องทำอย่างไร
เรื่องการขู่บังคับพยาน หรือชักจูงใจ ยืนยันว่า ไม่มี ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มีการบันทึกรายละเอียดไว้ทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังแง้ม ๆ บางรายละเอียดให้ฟัง
บอกว่าคำให้การของ "พันตำรวจเอกภาคภูมิ" ตอนที่เอาทองไปมอบให้ มองเห็นคนที่อยู่ในรถแค่ 3 คน แต่พยานบางปาก บอกมี 4 คน แบบนี้จะเรียกขู่บังคับ หรือเตี๊ยมกันได้อย่างไร
ด้าน "พันตำรวจเอกภาคภูมิ" ไปยื่นหนังสือผ่านตัวแทน เพื่อขอให้ประธานวุฒิสภา พิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ยืนยัน ตนแค่รับไม่ได้กับพฤติการณ์ของ "บิ๊กโจ๊ก" จึงเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมกันนี้ยังเล่าเรื่องความแปลกให้ฟัง ที่ "บิ๊กโจ๊ก" โทร.มาเรียกให้ไปรับเงิน 10 ล้านบาท ที่เชื่อว่าถ้าไปรับ ก็คงจบไม่ดี
มีคำยืนยันจาก รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ช. ว่า คดีนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะส่งสำนวนคืนให้ตำรวจหรือไม่ เพราะคดีไม่ปกติ เชื่อมโยงบุคคลหลายฝ่าย ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนมีคำสั่งออกมา