DSI บุกค้น 5 จุด บริษัทสแกนม่านตา

View icon 57
วันที่ 9 ม.ค. 2569 | 07.05 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - DSI เปิดปฏิบัติการค้น 5 จุด บริษัทสแกนม่านตา ยึดพยานหลักฐานส่งวิเคราะห์ เบื้องต้น พบมีความเชื่อมโยง "เบน สมิธ"
  
ที่เห็น ลูกทรงกลม ๆ คือ เครื่องสแกนม่านตา ที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยึดได้จากบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง 121 ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสแกนม่านตา เพื่อแลกรับเงินสกุลดิจิทัล พบมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านคน

บริษัทแห่งนี้ เป็นเพียง 1 ใน 5 จุด ที่เจ้าหน้าที่ DSI เข้าตรวจค้น โดยพบสิ่งที่น่ากลัว คือ ไม่รู้ว่าบริษัทนำข้อมูลม่านตาของประชาชนที่ถือว่าเป็นเครื่องมือระบุอัตลักษณ์บุคคล เทียบเท่ากับลายนิ้วมือ หรือ ดีเอ็นเอ ไปทำอะไร และตอนบันทึกม่านตาก็ไม่รู้ว่าสแกนใบหน้าไว้ด้วยหรือไม่ ถือว่าเป็นเรื่องอันตราย จึงยกระดับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ

รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยผลตรวจค้นทั้ง 5 จุด สามารถยึดเครื่องสแกนม่านตา 4 เครื่อง เอกสารสำคัญของบริษัท และเครื่องคอมพิวเตอร์ มาวิเคราะห์ว่ามีการเก็บฐานข้อมูลม่านตาประชาชนไว้หรือไม่ หรือโอนถ่ายไปที่ใดหรือไม่ ซึ่งตัวพนักงานบริษัทปฏิเสธว่าไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

ส่วนอีกจุดที่เข้าค้น บ้านพักของชายคนหนึ่ง เป็นกรรมการของทั้ง 4 บริษัท แต่ไม่เจอตัว เจ้าหน้าที่จึงโทรศัพท์พูดคุย อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างจังหวัด จะกลับเข้ามาให้ข้อมูลภายหลัง ซึ่ง DSI มีข้อมูลว่าแต่เดิมบริษัทถูกก่อตั้งโดยบริษัทสิงคโปร์ แต่มีการโอนหุ้นมาใหชายคนนี้ ลักษณะเป็นขบวนการ ซึ่งดีเอสไอกำลังหาว่าใครเป็นตัวกลางที่แท้จริง
 
จากกระแสข่าวว่าเครื่องสแกนม่านตาดังกล่าว มีที่มาจาก MOU โครงการจัดตั้ง "ศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงิน" ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับ บริษัทสิงคโปร์ ที่มีการลงนามเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567

เรื่องนี้ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ บอกว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน แต่มีหลักฐานน่าเชื่อได้ว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ นายเบน สมิธ

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ตอนนี้ยังไม่มี เพราะต้องรอผลการวิเคราะห์ข้อมูล และหารือกับ ก.ล.ต. ภายในสัปดาห์หน้าก่อน เพราะการสแกนม่านตาเป็นเรื่องใหม่ ที่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเอาผิดโดยตรง มีเพียงกฎหมายใกล้เคียงอย่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ต้องมาดูว่าเข้าองค์ประกอบความผิดใดบ้าง
 
แต่ที่แน่ ๆ ต้องเชิญ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้าให้ข้อมูล เพราะมีภาพปรากฏในวันที่มีการลงนาม MOU สแกนม่านตา