1.เงินอุดหนุนบุตร หรือ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
ผู้ปกครองของเด็กได้รับสวัสดิการ ตั้งแต่แรกเกิด จนมีอายุครบ 6 ปี คนละ 600 บาทต่อเดือน และไม่จำกัดจำนวนบุตร
โดยมีเงื่อนไขเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทย อาศัยอยู่กับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ดูแลเด็ก ในครัวเรือนที่สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
สามารถตรวจสอบการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1.เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th
2.แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
3.แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
2.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เบี้ยผู้สูงอายุ
กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ สัญชาติไทย ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้จัดให้อย่างเป็นประจำ จะได้รับการช่วยเหลือเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยแบ่งตามช่วงอายุแบบขั้นบันได ดังนี้
อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับเดือนละ 600 บาท
อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับเดือนละ 700 บาท
อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับเดือนละ 800 บาท
อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเดือนละ 1,000 บาท
3.เบี้ยผู้พิการ
คนพิการทุกคนที่มีสมุดบัตรประจำตัวคนพิการมีสิทธิลงทะเบียนขอรับ “เบี้ยความพิการ” คนละ 800-1,000 บาทต่อเดือนได้ ดังนี้
-คนพิการที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ได้รับเบี้ยคนพิการ รายละ 1,000 บาทต่อเดือน
-คนพิการที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยคนพิการ รายละ 800 บาทต่อเดือน
ทั้งหากเป็นคนพิการอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะสามารถกดเพิ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนอีก 200 บาทต่อเดือน รวมได้รับรายละ 1,000 บาทต่อเดือน
สำหรับรายใหม่ที่เข้าเกณฑ์ ทำอย่างไรจึงจะได้รับเงิน
ลงทะเบียนเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด
ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเด็กมีสัญชาติไทย พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน) ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต
- เมืองพัทยา ลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
- ส่วนภูมิภาค ลงทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล
นอกจากนี้ ผู้ปกครองสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” โดยต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครองก่อน เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงินมีผลตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงิน
วิธีลงทะเบียนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายใหม่
สำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สามารถติดต่อลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 2570 ได้แล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 - วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 และ เดือนมกราคม 2569 - วันที่ 30 กันยายน 2569
1.เป็นผู้สูงอายุรายใหม่ และยังไม่เคยลงทะเบียน
2.สัญชาติไทย
3.เป็นผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ 2569 (เกิดตั้งแต่ 2 กันยายน 2509 - 1 กันยายน 2510)
เอกสารที่ต้องเตรียม
1.บัตรประจําตัวประชาชน หรือ บัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีรูปถ่าย
2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ที่เป็นปัจจุบัน)
3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ในนามผู้มีสิทธิ/ผู้ได้รับมอบอํานาจ จากผู้มีสิทธิ (สําหรับกรณีประสงค์ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร)
*ในกรณีผู้สูงอายไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ สามารถมอบอํานาจเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคําขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้*
สำหรับสถานที่ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนได้ที่ สํานักงานเขต หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ผู้สูงอายุมีภูมิลําเนา
วิธีขึ้นทะเบียนคนพิการ
การลงทะเบียนรับเงินเบี้ยคนพิการ จะต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ โดยผู้พิการสามารถติดต่อขึ้นทะเบียนคนพิการ ได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดในทุกจังหวัด) หรือพื้นที่กรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเพื่อ รับเงินเบี้ยยังชีพคนพิการ
1.บัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ฉบับจริง พร้อมสำเนา
2.ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา
3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อม สำเนา (เฉพาะหน้าที่แสดงชื่อ และเลขที่บัญชี) สำหรับกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพคนพิการ ประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผ่านธนาคาร
กรณีที่คนพิการไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเอง อาจมอบอำนาจ เป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ดูแลคนพิการยื่นคำขอแทน แต่ต้องนำหลักฐานของคนพิการและคนดูแลคนพิการไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ขณะผู้พิการที่เป็นผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ด้วย
ทั้งนี้สามารถยื่นคำร้องได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศ หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล
ขอบคุณข้อมูล กรมกิจการเด็กและเยาวชน , กรมกิจการผู้สูงอายุ