สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคำสั่งของ สตช. ให้ "บิ๊กโจ๊ก" ออกจากราชการ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เท่ากับว่าชีวิตข้าราชการตำรวจ "บิ๊กโจ๊ก" ค่อนข้างริบหรี่
ก่อนหน้านี้ บิ๊กโจ๊ก เจอมรสุมใหญ่ ว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเว็บฯ พนัน BNK Master จนถูกดำเนินคดีอาญา และถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน
ตอนนั้นยังมีตำแหน่งเป็น "รอง ผบ.ตร." เหลืออายุราชการอีกหลายปี ก็พยายามจะพิสูจน์ความผิดกันมาเรื่อย
คลื่นระลอก 2 คือ ความผิดทางวินัย บิ๊กโจ๊ก ถูกคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และเจ้าตัวก็พยายามยื่นอุทธรณ์คำสั่งนี้ในทุกช่องทาง รวมถึงขอให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ พิจารณาว่าคำสั่งของ ผบ.ตร. นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผลออกมา 6 ต่อ 0 ว่า ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
เหลือแค่ทางเลือกเดียว คือต้องอุทธรณ์คำสั่งนี้กับศาลปกครองสูงสุด ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ปรากฎว่า ศาลรับคำร้อง แต่ไม่คุ้มครองชั่วคราว ทำให้ บิ๊กโจ๊ก ต้องหลุดจากตำแหน่ง และพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ "ตำรวจ"
ในขณะที่ บิ๊กโจ๊ก เดินหน้าท้าชนกับหลายหน่วยงานของรัฐ เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปนั้นไม่ผิด และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเส้นทางการเงินคดีเว็บฯ พนัน
เจอคลื่นระลอก 3 คดี ติดสินบนทองคำ และทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา ที่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
เมื่อวานนี้ คำร้องที่อุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด ว่า "คำสั่ง" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มีผลออกมาแล้ว โดยพิเคราะห์จาก 3 ประเด็น
สรุปได้ว่า บิ๊กโจ๊ก ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ศาลอาญาได้ออกหมายจับแล้ว และเนื่องจากไม่ใช่คดีที่มีความผิดลหุโทษ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจในการดำเนินการออกคำสั่งให้ออกจากราชการ ดังนั้น "คำสั่ง" นี้ จึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกคำร้อง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบายว่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เฉพาะเรื่องคำสั่ง "ให้ออกจากราชการ" ที่เป็นการ "พักตำแหน่งหน้าที่ชั่วคราว" ระหว่างรอผลการสอบสวนวินัยร้ายแรง
ส่วนคำสั่ง "ไล่ออกจากราชการ"" ข้อหากระทำผิดฐานฟอกเงิน บิ๊กโจ๊ก ต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดอีกครั้ง และต่อสู้คดีจนถึงที่สุด