จับอีก 30 คน กัมพูชาหนีความอดอยาก ลักลอบเข้าไทยมาหางานทำ เชื่อสภาพเศรษฐกิจบีบคั้น ทางการไทยดูแลตามหลักมนุษยธรรมจัดหาอาหารน้ำดื่มให้กิน ส่งตัวดำเนินคดี-ผลักดันออกนอกประเทศ
วันนี้ (11 ม.ค.69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีการตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ด่าน ตม.โป่งน้ำร้อน สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 30 คน เป็นชาย 10 คน หญิง 10 คน และเด็ก 10 คน พร้อมผู้นำพา 1 คน และยานพาหนะ ได้ในพื้นที่ บ้านแหลมใหม่ ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะพยายามลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุสำคัญมาจาก ความยากลำบากในการดำรงชีวิตและภาวะความอดอยากในฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ จนตัดสินใจหลบหนีความอดอยากเข้ามาแสวงหางานทำในประเทศไทย ทั้งที่ทราบถึงความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมและป้องกันชายแดนของฝ่ายความมั่นคงไทยที่มีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ ดูแลผู้ถูกจับกุมตามหลักมนุษยธรรม โดยจัดหา อาหาร น้ำดื่ม และรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม ให้แก่ทุกคน ปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ และไม่เลือกปฏิบัติ การดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย และยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดและครบถ้วน ตั้งแต่การควบคุมตัว การดูแลระหว่างการควบคุม ไปจนถึงการส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป