กรมการแพทย์ เตือนผู้ป่วยโรคหัวใจควรดูแลตนเอง ในช่วงฤดูหนาว-ฝุ่น PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสถานที่โล่งแจ้ง และห้ามลืมกินยารักษาโรคโดยเด็ดขาด
วันนี้ (12 ม.ค.69) นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฤดูหนาวมาพร้อมกับปัจจัยเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ และไวรัสที่ติดต่อได้ง่าย อุณหภูมิที่ลดลงในช่วงฤดูหนาวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ และทำให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการหัวใจวายหรือหัวใจหยุดเต้น
นพ.พีรธัช โรจนพันธุ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า อากาศหนาวทำให้เส้นเลือดในร่างกายหดตัว ความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจเพิ่มมากขึ้น และในช่วงฤดูหนาว ทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น เกิดการแข็งตัวของเลือดได้ง่ายขึ้น ประกอบกับปัญหาของฝุ่น PM 2.5 ที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นตัวกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
การดูแลตัวเองของประชาชนทั่วไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจในช่วงฤดูหนาว ควรปฏิบัติ ดังนี้
1.ควรรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ เช่น การสวมใส่เสื้อกันหนาว หลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคาร การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่อุ่นร้อน เป็นต้น
2.ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสถานที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีอากาศหนาว และควรอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย
3.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวควรรับประทานยารักษาโรคสม่ำเสมอ พกยาติดตัวเสมอห้ามขาดยาโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคที่จะเกิดขึ้น
สำหรับอาการและสัญญาณเตือนที่ควรมาพบแพทย์ ได้แก่ อาการเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น เหงื่อออกมาก และมีอาการเหมือนจะวูบหมดสติ อาการเตือนเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที