จากข่าวการเสียชีวิตหลังฉีดฟิลเลอร์บริเวณช่องคลอด วันนี้ (24 มี.ค.69) นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การใช้สารเติมเต็มในบริเวณอวัยวะเพศหญิง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ทั้งด้านความสวยงาม การฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในบางกรณี อย่างไรก็ตาม บริเวณอวัยวะเพศเป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีเส้นเลือดและเส้นประสาท จำนวนมาก การทำหัตถการใด ๆ จึงต้องอาศัยความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง เพราะหากทำไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอุดตันของหลอดเลือด การติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อขาดเลือด ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายได้
นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด การฉีดฟิลเลอร์ คือ การประเมินอย่างเหมาะสมก่อนการรักษา การเลือกทำหัตถการใด ๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ความเข้าใจในประโยชน์ ความเสี่ยง และการดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้รับบริการเอง ปัจจุบันยังมีทางเลือกอื่น เช่น การใช้พลังงานจากเครื่องมือทางการแพทย์ หรือการรักษาตามสาเหตุ ซึ่งอาจเหมาะสมและปลอดภัยกว่าในบางราย

แพทย์หญิงศศธร สิงห์ทอง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณอวัยวะเพศหญิง แบ่งเป็น 2 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ บริเวณแคมใหญ่ (Labia majora) การฉีดในบริเวณนี้มักทำเพื่อเพิ่มความอิ่มฟู หรือแก้ไขภาวะเนื้อเยื่อฝ่อลงตามวัย และบริเวณช่องคลอด (Vagina) การฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งนี้ มีข้อบ่งชี้หลักในบางกรณี เช่น ภาวะช่องคลอดแห้ง ไม่แนะนำให้ใช้เพื่อทำให้ “กระชับ” และไม่ควรฉีดในปริมาณมาก เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย อีกทั้งบริเวณนี้มีจุดรับความรู้สึกเจ็บน้อยกว่าส่วนอื่น ทำให้บางครั้งผู้รับบริการอาจไม่ทราบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างทำ
สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องช่องคลอดแห้งหรือความกระชับ ปัจจุบันมีฟิลเลอร์บางชนิดที่ได้รับการรับรองให้ใช้ในบริเวณนี้ได้แต่ยังคงแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง