เร่งเก็บหลักฐานหาคนร้าย ระเบิดปั๊มน้ำมัน จ.ปัตตานี

View icon 14
วันที่ 12 ม.ค. 2569 | 11.01 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งเก็บวัตถุพยาน และหลักฐานภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เชื่อมโยงกลุ่มคนร้าย บางจุดพบถังก๊าซซุกวัตถุระเบิดนำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

เร่งเก็บหลักฐานหาคนร้าย ระเบิดปั๊มน้ำมัน จ.ปัตตานี
ในภาพวงจรปิดจะเห็นพฤติกรรมคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุความไม่สงบ ภายในปั๊มน้ำมัน ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี ใช้ปืนจี้บังคับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กำลังวิ่งหนีตายออกจากปั๊ม จึงต้องวิ่งย้อนกลับเข้ามา ถูกจับมัดมือไพล่หลัง ให้ก้มหมอบลงที่พื้น 

ระหว่างนั้นคนร้ายอีกชุดได้นำระเบิดแสวงเครื่อง ไปวางที่หัวจ่ายน้ำมัน หลังคนร้ายพากันหนีไป ก็เกิดเหตุระเบิด ส่งผลทำให้หัวจ่ายน้ำมัน และทรัพย์สินภายในปั๊มได้รับความเสียหาย

ในเวลาไล่เลี่ยกันคนร้าย 7-10 คน บุกเข้าไปในปั๊มน้ำมัน ริมถนนสายกะพ้อ-สายบุรี นำระเบิดแสวงเครื่องวางไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำมัน 2 หัว คนร้ายอีกชุดยังบุกเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ บังคับให้พนักงานออกจากร้าน ราดน้ำมันวางเพลิงเผาทรัพย์

แหล่งข่าวความมั่นคง ให้ข้อมูลว่า หลังตรวจสอบภาพวงจรปิด และพฤติกรรมกลุ่มคนร้าย เข้าก่อเหตุในแต่ละจุดพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน แต่ละจุดไม่ต่ำกว่า 6 คน บางจุดใช้กำลังมากกว่า 10 คน รวมกว่า 70 คน เชื่อว่าเป็นกลุ่มขบวนการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ เขตรับผิดชอบของตนเอง และยังเป็นกลุ่มคนร้ายชุดเดียวกันที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ และตู้เอทีเอ็ม ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้คนร้ายเลือกเป้าหมาย ปั๊มน้ำมัน

ส่วนการเลือกเวลาก่อเหตุ ช่วงเวลาการเลือกตั้งนั้น ก็เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องของการเมือง แต่เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการความไม่สงบ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

หาความเชื่อมโยง กลุ่มคนร้ายวางระเบิดป่วน จ.นราธิวาส
ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เพลิงโหมไหม้ปั๊มน้ำมัน ปตท. หลังถูกคนร้ายเข้าไปวางระเบิด ต้นเพลิงอยู่บริเวณบ่อเก็บน้ำมัน ทำให้เพลิงลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว ทรัพย์สินภายในปั๊มฯ ได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบพบปั๊มถูกลอบวางระเบิด 5 จุด ประกอบด้วย อำเภอเจาะไอร้อง, อำเภอจะแนะ, อำเภอระแงะ, อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก โดยปั๊มน้ำมันสาขาบ้านโคก พบรอยเลือดของคนร้าย คาดว่าถูกสะเก็ดระเบิดตกอยู่ตามพื้นถนน เข้าไปยังทุ่งนา จึงประสานสถานพยาบาลทุกแห่งช่วยตรวจสอบ

ด้านหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส หลังออกคำสั่ง ประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. ตั้งแต่ 11 มกราคม พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มงวดจุดผ่านแดนไทย-มาเลเซีย

คำสั่งเคอร์ฟิว ส่งผลกระทบกับพ่อค้า-แม่ค้า ที่เปิดร้านขายช่วงกลางดึกยันถึงเช้า รวมไปถึงพนักงานลูกจ้างในร้าน ยอมรับไม่ทันได้ตั้งตัว ต้องปรับเวลากลับเร็วขึ้น เพราะอยู่นอกพื้นที่ แต่ก็พร้อมให้ความมือกับทางการ เพื่อความปลอดภัย และอยากให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ล่าสุดสถานการณ์การก่อความไม่สงบอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว จึงประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ในพื้นที่นราธิวาส เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนที่จังหวัดยะลา คนร้ายก็ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. 4 จุด เกิดความเสียหายไม่แพ้กัน คือ ปั๊มน้ำมันในพื้นที่บ้านบันนังดามา, บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน อำเภอบันนังสตา, ภายในปั๊มน้ำมัน บูเกะคละ และภายในปั๊มน้ำมัน ถนนสาย 418 (ปัตตานี–ยะลา)

ซึ่งจากการตรวจสอบวงจรปิด ก็พบคนร้ายประมาณ 3-4 คน สวมชุดใส่หมวกปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนครบมือ เข้ามาในบริเวณปั๊ม ก่อนไล่พนักงานและประชาชนออกจากพื้นที่ จากนั้นได้วางระเบิดที่ซุกซ่อนมาในถังดับเพลิง และจุดชนวนจนเกิดระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐานวัตถุพยาน พบถังก๊าซที่ใช้ซุกระเบิด เป็นถังที่นำเข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สมช.บอกมาเลเซีย ผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติสุขถึง BRN
สมช. ไม่ทนต่อเหตุการณ์วางระเบิดปั๊มน้ำมัน พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ร่อนหนังสือประณามคนสร้างความไม่สงบ ที่ สมช. เน้นหาแนวทางสันติวิธี ผ่านคณะพูดคุยที่มีการจัดตั้งขึ้น ที่มีผู้อำนวยความสะดวกเป็นประเทศมาเลเซีย

เป็นการออกแถลงการณ์ทันที หลังเกิดเหตุวางเพลิงปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง ในจังหวัดชายแดนใต้ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เพราะถือเป็นการกระทำที่สร้างผลกระทบวงกว้างต่อสวัสดิภาพ และการดำเนินชวิตปกติสุขของประชาชนในพื้นที่ เป็นการทำลายบรรยากาศการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา พร้อมเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุหยุดการกระทำทันที

และ สมช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุข ได้สื่อสารไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะคู่พูดคุย ผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย ถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทย ไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง