เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแส ตามตัวกลุ่มคนร้ายวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส กล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มคนร้าย นำระเบิดเข้ามาวางอย่างอุกอาจ
เปิดนาที 6 คนร้ายแบกระเบิดวางบึ้มปั๊มน้ำมัน
กล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมัน ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เผยนาทีกลุ่มคนร้ายสวมชุดดำปิดบังใบหน้า เดินออกจากพุ่มไม้ มุ่งหน้าเข้าไปในปั๊มฯ 2 คน แรกถือปืนสงครามคุ้มกัน ให้กับเพื่อน 4 คน อุ้มและแบกถังดับเพลิงที่ใช้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 20 กิโลกรัม เข้าไปก่อเหตุ
ขณะนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิงจับกลุ่มพูดคุยอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในปั๊มฯ หลังเห็นกลุ่มคนร้ายก็รีบขึ้นรถจักรยานยนต์พากันออกไป
หลังจากนั้นก็เกิดเหตุระเบิด เพลิงลุกไหม้ ช่วง 01.00 น. วันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา รุนแรง เจ้าหน้าที่ได้นำภาพหลักฐานไปเทียบเคียงกับเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เมื่อ 3 ปีก่อน เชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน
ผู้ประกอบการสู้ต่อ ผวาถูกวางบึ้มซ้ำในรอบ 3 ปี จ.นราธิวาส
ว่าที่ ร.ท.สรรพศิริ ศิริสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปั๊มฯ ที่ถูกวางระเบิด เสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ รับปากจะเร่งเยียวยาทั้ง 5 จุด ให้แล้วเสร็จในราว 10 วัน
นางสาวเพลินพิศ อภิบาลธนกิจ เจ้าของปั๊มฯ ให้พนักงานร้านสะดวกซื้อ สำรวจความเสียหาย เคลียร์พื้นที่เตรียมซ่อมแซม เพื่อจะเปิดบริการให้เร็วที่สุด ยอมรับเหตุระเบิด 2 ครั้ง ทำให้เกิดความหวาดระแวง กระทบขวัญกำลังใจพนักงาน ยืนยันว่าจะสู้ต่อไม่ปิดกิจการ
ผู้ประกอบการท้อ จี้รัฐเยียวยา 100 % จ.นราธิวาส
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน เดินทางไปให้กำลังใจ นายสฤษดิ์พงศ์ มังบุญมอบ ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน ในอำเภอเจาะไอร้อง ที่ถูกระเบิดเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท นายอำเภอก็เข้ามาพูดคุยผู้ประกอบการ ยืนยันจะเร่งติดตามคดี ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาเยียวยา
นายสฤษดิ์พงศ์ บอกว่า วอนภาครัฐช่วยเหลือเยียวยา 100% ทั้งค่าก่อสร้าง ค่ารื้อถอน ค่าเสียโอกาสทางการค้า เพราะประกันภัยไม่รับทำ เนื่องจากภัยความมั่นคง โดยปั๊มฯ นี้เพิ่งเปิดกิจการได้เพียง 70 วัน ลงทุนด้วยเงินกู้ หวังสร้างความเจริญ สร้างงานให้คนในพื้นที่ หากผู้ประกอบการหมดกำลังใจอาจจำเป็นต้องถอนการลงทุน
ชาวเจาะไอร้อง เฮ รัฐยกเลิกเคอร์ฟิว จ.นราธิวาส
ส่วนหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. มีผลวันที่ 11 มกราคม เพียง 1 วันได้ยกเลิก เพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน
ประชาชนในพื้นที่ต่างดีใจ เพราะประกาศเคอร์ฟิวส่งผลกระทบต่อการทำงาน และการเปิดร้านขายของในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะชาวเจาะไอร้องส่วนใหญ่ต้องออกไปกรีดยางพาราในเวลา 02.00 น. หากยังมีเคอร์ฟิวต่อก็จะกระทบต่อรายได้
บึ้มปั๊มน้ำมัน 4 จุด เสียหาย 60 ล้านบาท จ.ยะลา
ด้าน นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ปั๊มน้ำมัน ในอำเภอกาบัง ที่ถูกวางระเบิดหัวจ่ายน้ำมันเสียหาย 28 หัว กระจกร้านสะดวกซื้อก็แตกเสียหาย พร้อมสรุปว่าเหตุระเบิด 4 จุด ใน 3 อำเภอ เสียหายรวมกัน 60 ล้านบาท
หน่วยงานความมั่นคงจะเร่งเยียวยาผู้ประกอบการฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
และจากการที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุระเบิด 4 จุดในจังหวัดยะลา ได้เจอหลักฐานสำคัญเป็นถังดับเพลิงที่นำมาประกอบระเบิด พบเป็นถังนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนขยายผล หาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ
รอง ผบ.ตร.สั่งคุมเข้ม 3 จังหวัด ช่วงเลือกตั้ง จ.ยะลา
พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เร่งรัดให้หาหลักฐานนำไปเทียบเคียงหากลุ่มคนร้ายวางระเบิด 11 จุด ให้ทุกหน่วยบูรณาการคุมเข้มพื้นที่เศรษฐกิจ จุดเสี่ยง เพิ่มกำลังป้องกันเหตุร้าย สร้างความเชื่อมั่นประชาชน โดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ พร้อมให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุให้รัดกุม เพื่อให้การเลือกตั้งปลอดภัย เรียบร้อย และโปร่งใส
“อนุทิน” ลั่นต้องสังคายนาการข่าว
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย ได้พูดคุยกับหน่วยงานความมั่นคง กำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และสืบสวนหาที่มาที่ไป ดูแลผู้บาดเจ็บ 7 คน และหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ ยอมรับเหตุระเบิดเกี่ยวข้องกับ การเมือง ความไม่หวังดี ที่สำคัญต้องสังคายนาการข่าว
สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ทน ร่อนหนังสือประณามผู้ก่อความไม่สงบ จี้ให้หยุดความรุนแรง ยืนยัน สมช. เดินหน้าสันติวิธี แต่ไม่ทิ้งกฎหมาย