รอง ผบ.ตร. เร่งล่าตัวมือวางระเบิดป่วนชายแดนใต้

View icon 16
วันที่ 12 ม.ค. 2569 | 16.01 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามคดีคนร้ายวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ป่วนจังหวัดชายแดนใต้ สั่งเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

วันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังเร่งเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังคนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้รับความเสียหาย พบชิ้นส่วนถังดับเพลิงที่ใช้ซุกระเบิด เป็นถังนำเข้าจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนขยายผล รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดหากลุ่มบุคคลต้องสงสัย

พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายวางระเบิดป่วนจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเร่งรัดกระบวนการสืบสวนสอบสวน พร้อมวางกรอบระยะเวลาในการดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น กำชับยกระดับการป้องกันอาชญากรรม เตรียมความพร้อมกำลังพล ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และ 8 กุมภาพันธ์ ด้านการรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง และการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง ป้องกันเหตุรุนแรง การข่มขู่ผู้ลงคะแนน การกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ และสั่งการให้ตำรวจวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

ที่ จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ พบปั๊มถูกลอบวางระเบิด 5 จุด ประกอบด้วย อำเภอเจาะไอร้อง จะแนะ ระแงะ แว้ง และ อำเภอสุไหงโก-ลก โดยปั๊มน้ำมันบ้านยาโงบือตา หมู่ 4 ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง ได้รับความเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งตัวสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านสะดวกซื้อ และยังพบรอยเลือดคาดว่าเป็นของคนร้ายหยดเป็นทาง บนถนนหน้าปั๊มลงไปในพงหญ้าที่ล้มเป็นทางยาวริมถนนอีกฝั่ง คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่กลุ่มคนร้ายหลบหนี และคาดว่าน่าจะมียานพาหนะมาส่งและรอรับหลังก่อเหตุ จึงประสานสถานพยาบาลทุกแห่งช่วยตรวจสอบ

ด้าน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. ตั้งแต่ 11 มกราคม ส่งผลกระทบกับพ่อค้าแม่ค้า และพนักงานลูกจ้าง ล่าสุดสถานการณ์การก่อความไม่สงบอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว จึงประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายถืออาวุธปืน จี้บังคับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังวิ่งหนีตายออกจากปั๊มน้ำมัน ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี ถูกจับมัดมือไพล่หลัง ให้ก้มหมอบลงที่พื้น นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางที่หัวจ่ายน้ำมัน หลังคนร้ายพากันหนีไปก็เกิดเหตุระเบิด โดยไม่ได้ทำร้ายพลเรือน ส่งผลให้หัวจ่ายน้ำมันและทรัพย์สินภายในปั๊มได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่กำลังใช้เทคนิคตรวจสอบความชัดเจนรูปพรรณคนร้าย

แหล่งข่าวความมั่นคง ให้ข้อมูลว่า หลังตรวจสอบภาพวงจรปิดและพฤติกรรมกลุ่มคนร้าย ก่อเหตุในแต่ละจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน แต่ละจุดไม่ต่ำกว่า 6 คน บางจุดใช้คนก่อเหตุมากถึง 10 คน รวมกว่า 70 คน เชื่อว่าเป็นกลุ่มขบวนการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่เขตรับผิดชอบของตนเอง และยังเป็นกลุ่มคนร้ายชุดเดียวกับที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ และ ตู้เอทีเอ็ม ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้คนร้ายเลือกเป้าหมายปั๊มน้ำมัน ส่วนการเลือกเวลาก่อเหตุช่วงเวลาการเลือกตั้งนั้น อาจเพื่อต้องการเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องของการเมือง แต่เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการความไม่สงบที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

เรื่องนี้ นายกฯ อนุทิน เปิดเผยว่า ได้คุยกับหน่วยงานความมั่นคงแล้ว โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และสืบสวนหาที่มาที่ไป พร้อมให้ดูแลผู้บาดเจ็บ 7 คน ส่วนสถานีน้ำมัน เบื้องต้น นายกฯ ได้คุยกับประธานกรรมการสถานีน้ำมันแล้ว ให้หาแนวทางช่วยเหลือ

นายกฯ ยอมรับอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวพันหลายเรื่อง ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี ซึ่งสิ่งที่แจ้งผู้เกี่ยวข้องไป คือ ต้องมีการสังคายนาข่าว ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก

ด้าน สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ทน ร่อนหนังสือประณามคนสร้างความไม่สงบ จี้ให้หยุดความรุนแรง ยืนยัน สมช. เดินหน้าสันติวิธี แต่ไม่ทิ้งกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง