ข่าวเย็นประเด็นร้อน - "นายกฯ ฮุน มาเน็ต" ของกัมพูชา ส่งทั้งสัญญาณ และแสดงท่าทีชัดเจน ว่าจะกลับเข้าสู่เวทีเจรจากับไทย ผ่านการพูดคุย "โดยตรง" และการเจรจาแบบ "ทวิภาคี" ประเด็นนี้ถูกจับตามองในสื่อหลายสำนัก และถูกวิจารณ์หนักจากขั้วตรงข้าม ไปดูกันว่าอะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้
"ฮุน มาเนต" เปลี่ยนทิศ พร้อมเจรจากับไทย
จริง ๆ แล้ว ถ้าพูดถึงความพร้อมเรื่องการเจรจาแก้ปัญหา ผ่าน คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ต้องบอกว่า นายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่ใช่ว่าไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เพราะพูดมาเป็นระยะ ๆ อย่างล่าสุดก็คือโพสต์ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 11 เมษายน
แต่คราวนี้ที่ชัดเจนกว่าทุกครั้ง ว่าไม่ใช่แค่การพูดทางการทูต แต่ยังแสดงวิสัยทัศน์ด้วยว่า จะมุ่งหน้ามาทางนี้จริง ๆ ดูได้จากรายงานข่าวของ สำนักข่าว "The Phnom Penh Post" เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ นายฮุน มาเนต ย้ำว่าแม้ "ศาลโลก" จะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่กลไกทวิภาคี รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ต้องรอนานหลายปี ไม่เช่นนั้นประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน ก็ต้องอยู่กับความไม่แน่นอนต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมยกตัวอย่างความขัดแย้งใน "ยูเครน" และ "ฉนวนกาซา" ว่าท้ายที่สุดแล้ว หลังการนองเลือดนานหลายปี ทุกฝ่ายก็ต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจาอยู่ดี
อีกทั้งยังมองว่า คณะกรรมาธิการ JBC พิสูจน์แล้วว่า สามารถหาข้อยุติระหว่าง กัมพูชา กับไทย ได้ ดูได้จากหลักเขตแดนที่ 74 หลัก ตลอดระยะทาง 874 กิโลเมตร ผ่านมาถึงตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศ ตกลงกันได้แล้ว 43 หลัก หรือมากกว่า 50%
แน่นอนข่าวออกมาแบบนี้ แถมมีคลิปเสียงด้วย มีหรือที่ขั้วตรงข้ามจะปล่อยผ่าน โซเชียลฯ ฝั่งกองเชียร์ "สม รังสี" อดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา วิจารณ์หนักเลย ว่าบริหารประเทศมา 40 ปี เจรจาทวิภาคีผ่าน JBC มา 24 ปี ไม่ช่วยให้อะไรกับประเทศเลย ความขัดแย้งที่ผ่านมา ทหารก็แพ้ การทูตก็แพ้ ยังคิดว่าจะมีเงื่อนไขอะไรไปเจรจากับไทย เพื่อให้อีกฝ่ายยอมทำตาม และคืนดินแดนให้กัมพูชา จึงยังคงเห็นต่างว่า ควรใช้แนวทางศาลโลกต่อไป
ในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" ก็มีความเห็นจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง พูดถึงท่าทีความเคลื่อนไหวของกัมพูชา เชื่อว่า จะยังไม่มีการสู้รบเกิดขึ้นไปอีกพักใหญ่ ๆ อย่างน้อย ๆ 6 เดือน จากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย สถานการณ์โลก วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ทั่วโลกไม่มีคนสนใจความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมถึงการที่ไม่มีคนสนับสนุน "ตระกูลฮุน" เหมือนแต่ก่อน
สอบถามเพิ่มเติมกับ อาจารย์ทรงฤทธิ์ ก็ให้เหตุผลว่า ที่ยอมถอยลงขนาดนี้ นอกจากเหตุผลที่เล่าให้ฟังไปในรายการแล้ว ยังมีแรงขับมาจากการเตรียมการเลือกตั้ง ท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ถ้ายังสร้างผลงานไม่ได้ ก็จะส่งผลให้ล้มเป็นโดมิโนไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2571 ได้เลย
ขณะที่ เพจฯ วาสนา นาน่วม พูดถึงวงในข้อมูลการข่าวว่า "สมเด็จ ฮุน เซน" ได้ส่งออกญาคนสนิท มาหารือกับทหารไทย ยอมรับความผิดพลาดตั้งแต่กรณีคลิปเสียงการสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรี อยากฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทย จะขอย้อนกลับไปอยู่ในจุดที่ก่อนเกิดการรบได้ไหม อันนี้ทหารปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ ยืนยันว่า กัมพูชา ไม่อยากมีการรบรอบที่ 3 ขอเปิดด่านให้มีการส่งวัสดุอุปกรณ์ ที่จังหวัดจันทบุรี และ ตราด และยังโอดครวญปัญหาปากท้องอีกสารพัด
ล่าสุด กองทัพเรือ ยังคงยึดนโยบาย "ปิดด่าน" ต่อไป และขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาอย่างรอบคอบ