เร่งตรวจวิถีจรวด BM-21 ถล่มบ้านหนองเสม็ด จ.สระแก้ว

View icon 3
วันที่ 12 ม.ค. 2569 | 16.36 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเร่ง ตรวจสอบวิถีจรวด BM-21 ที่ตกใส่บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน ในพื้นที่บ้านหนองเสม็ด เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาทางคดี

โดย เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานภาค 2 พร้อมด้วยตำรวจอีโอดี 12 ได้นำอุปกรณ์เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด

บ้านหลังแรกที่เข้าตรวจสอบ เป็นบ้านที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ตัวบ้านใช้งบก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 1,500,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้ใช้ โดรนบินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ รวมถึงใช้ ท่อแป๊บวัดแนววิถีของจรวด BM-21 เพื่อระบุทิศทางการพุ่งเข้ามา นอกจากนี้ ยังมีการวัดขนาดความลึกของหลุมระเบิด ตรวจสอบจุดเสียหายของบ้านเรือนประชาชนอย่างละเอียด ตั้งแต่หน้าต่าง ประตู ผนัง และโครงสร้างอาคาร ในจุดต่าง ๆ พร้อมใช้ตลับเมตรวัดระยะห่างระหว่างจุดที่จรวดตก กับตัวบ้าน รวมถึงมีการตักดินจากบริเวณใต้หลุมระเบิดเพื่อนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์

โดยข้อมูลทั้งหมด จะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบทางคดี ทั้งนี้ กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรภาค 2 ได้ระดม กำลังจากหลายจังหวัดเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุ ทุกหลังคาเรือน เพื่อให้การเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างครบถ้วน และรอบด้านมากที่สุด

สำหรับการตรวจสอบในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุดปฏิบัติงาน เพื่อเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบกว่า 30 หลังคาเรือน โดยจุดสำคัญจะเน้นการตรวจสอบ และวัดวิถีจรวด BM-21 ว่าตรงกับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาทางคดีต่อไป

ยิ่งตรวจยิ่งเจอหลัง กองทัพไทย ควบคุมพื้นที่ ยังเห็นทุ่นระเบิดที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง เจออีกจังหวัดตราด เป็นภาพในพื้นที่ บ้านท่าเส้น จังหวัดตราด ที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 จัดชุดตรวจค้นทุ่นระเบิด พร้อมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พบทุ่นระเบิด ชนิดระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก ได้พื้นที่ปลอดภัย 1,354 ตารางเมตร ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง