ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย

ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย

View icon 23
วันที่ 13 ม.ค. 2569 | 11.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (13 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันจับกุม

1. น.ส.บัวคำ อายุ 27 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ที่ 56/68 ลง 11 พ.ย.68 กระทำความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ”

อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 157, 267, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86

2. น.ส.สุริสา อายุ 26 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ที่ 61/68 ลง 11 พ.ย.68 กระทำความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 157, 267, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86

สถานที่จับกุม

ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.บัวคำ จับกุมบริเวณร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.สุริสา จับกุมบริเวณร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สืบเนื่องจาก บก.ปปป. ได้ร่วมบูรณาการณ์ 5 หน่วยงาน คือ ป.ป.ช., ป.ป.ท., DSI และ กรมการปกครอง ประชุมวางแผน รวบรวมพยานหลักฐานทำการจับกุมกลุ่มบุคคลประกอบด้วย นายอำเภอ,ปลัดอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน จนท.ตัวแทนนายหน้าต่างๆ ที่ร่วมเป็นขบวนการ ทำการนำบุคคลไม่มีสิทธิ มาสวมบัตรแทนบุคคลที่มีสิทธิ (นำจีนเทามาสวมแทน) กล่าวคือ มติ ครม. ได้มีมติอนุมัติสำรวจสิทธิได้บัตรสัญชาติไทย จำนวนนับแสนรายกระจายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

แต่กลับปรากฏว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่ ว่ามีการกระทำทุจริต (นำจีนเทามาสวมแทน) กรมปกครองจึง
ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พบบุคคลดังกล่าวกระทำการทุจริตร่วมกันรวม 28 ราย  จึงประสานร่วมบูรณาการ 5 หน่วยงานโดยมอบหมายให้ บก.ปปป. เป็นแม่งานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบถ้อยคำบุคคลต่าง ๆ

ต่อจากนั้นมอบหมายให้ กก.4 บก.ปปป. เป็นต้นเรื่องรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ทำการออกหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตภาค 5 (เชียงใหม่) กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวรวบยอด 28 ราย (จับได้แล้ว 15 ราย และรวมครั้งนี้อีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย) นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งศาลอาญาทุจริต ฯ ภาค 5 ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป