โดยการปรับอัตราการนำส่งเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ จะแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักดังนี้
ช่วงที่ 1 ปี 2569-2571
ช่วงที่ 2 ปี 2572-2574
ช่วงที่ 3 ปี 2575 เป็นต้นไป
โดยในปี 2569 นี้ จะมีการส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 875 บาทต่อเดือน สำหรับค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน จะได้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญ ๆ มีดังนี้
- เจ็บป่วย 8,750 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 8,750 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 3,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 6,125 บาทต่อเดือน
ช่วงที่ 2. ปี 2572-2574 จะมีการส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญ ๆ มีดังนี้
- เจ็บป่วย 10,000 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 30,000 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 10,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,000 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 7,000 บาทต่อเดือน
และส่วนที่ 3. ปี 2575 เป็นต้นไป จะมีการส่งเงินประกันสังคมสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน สำหรับค่าจ้าง 23,000 บาทต่อเดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสำคัญ ๆ มีดังนี้
- เจ็บป่วย 11,500 บาทต่อเดือน
- คลอดบุตร 34,500 บาทต่อครั้ง
- ว่างงาน 11,500 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 15 ปี 4,600 บาทต่อเดือน
- บำนาญส่งเงินมา 25 ปี 8,050 บาทต่อเดือน

เงินบำนาญประกันสังคม 8,050 บาทต่อเดือน ได้กรณีไหน
การได้รับเงินบำนาญประกันสังคม 8,050 บาทต่อเดือน จะเกิดขึ้นตาม เงื่อนไขใหม่ของประกันสังคมที่ปรับปรุงสิทธิประโยชน์และอัตราเงินสมทบ โดยจะเริ่มมีผลในปี 2575 เป็นต้นไป สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี (300 เดือน) และมีฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสูง (เช่น 23,000 บาท/เดือน) โดยเป็นการปรับเพิ่มจากอัตราเดิมให้สอดคล้องกับการจ่ายเงินสมทบที่เพิ่มขึ้น
เงื่อนไขหลักสำหรับบำนาญ 8,050 บาท (ตามแผนปรับปรุง)
1.อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
2.จ่ายเงินสมทบครบ 25 ปี (300 เดือน)
3.มีฐานค่าจ้างสูง: ใช้ฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น (เช่น 23,000 บาท) เพื่อคำนวณเงินสมทบและเงินบำนาญ
4.การคำนวณ: หากส่งเงินสมทบครบ 25 ปี จะได้รับบำนาญประมาณ 8,050 บาทต่อเดือน (จากอัตราเดิมที่ 5,250 บาท สำหรับฐานเดิม)
ขอบคุณข้อมูล ประกันสังคม
