กัมพูชาเรียกร้องจัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เร่งด่วน หลังไทยอ้างว่าติดเลือกตั้ง พร้อมกล่าวว่ากัมพูชาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางดินแดนใด ๆ อันเป็นผลจากการใช้กำลัง
วันนี้ (13 ม.ค. 69) สำนักข่าว ขแมร์ ไทมส์ รายงานว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งเดิมมีกำหนดไว้ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ต้องถูกเลื่อนออกไปโดยประเทศไทยอ้างอิงเหตุผลด้านกระบวนการ กระตุ้นให้ทางกัมพูชายื่นบันทึกทางวาจาในวันที่ 5 มกราคม ร้องขอเปลี่ยนกำหนดการการประชุมมาเป็นสัปดาห์ที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมแทน
ทางกัมพูชาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพรมแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง และอ้างว่ากองกำลังไทยกำลังเข้ายึดครองดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุดรมีชัย พระวิหาร บันเตียมีชัย และโพธิสัตว์ ภายหลังเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธกับกองกำลังกัมพูชาในเดือนกรกฎาคมและธันวาคมปีที่แล้ว
ทาง "เพ็ญ โบนา" โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวในการแถลงข่าวว่า กัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพรมแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง พร้อมกล่าวหาไทยยังคงเดินหน้าสร้างบังเกอร์และป้อมปราการต่าง ๆ ในดินแดนกัมพูชา
หลังจากการหยุดยิงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา กัมพูชาแสวงหาทางออกที่สันติและเป็นธรรมสำหรับข้อพิพาทชายแดนกับไทย ข้อตกลงหยุดยิงบรรลุผลในการประชุมพิเศษคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3 ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกจากสหรัฐอเมริกา จีน และมาเลเซีย
นอกจากนี้ “ขแมร์ ไทมส์” อ้างว้า เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 69) ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวว่า กำลังพยายามเรียกประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JBC) โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความตึงเครียดบริเวณชายแดน โดยระบุว่าจุดยืนของไทย คือ ปัญหาดังกล่าวควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกแบบทวิภาคีและยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด
กระทรวงการต่างประเทศของไทย ย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการดำเนินการสำรวจและปักป้ายเขตแดนร่วมกัน โดยระบุว่า JBC เป็นเวทีหลักในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายและทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเขตแดน และเน้นย้ำว่าการหารือใด ๆ ควรดำเนินการในบรรยากาศที่สงบ ปราศจากความขัดแย้ง และอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
แม้ไทยจะแสดงความพร้อมที่จะกลับมาประชุมคณะกรรมการร่วมบริหาร (JBC) อีกครั้ง แต่กระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุว่า ประเทศไทยต้องดำเนินการตามขั้นตอนภายในที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ประเทศไทยกล่าวว่าจะเสนอวันและวาระการประชุมอย่างเป็นทางการให้แก่กัมพูชาเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศของไทยปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ากองกำลังไทยได้เข้ายึดครองดินแดนหรือดำเนินการทางทหารใด ๆ หลังจากการหยุดยิงมีผลบังคับใช้ โดยยืนยันว่ากองกำลังไทยยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมตามมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงกันไว้