ข่าวภาคค่ำ - ราคาทองคำวันนี้ (13 ม.ค.) ยังคงพุ่งทะยาน ทุบสถิติสูงสุดใหม่ไปถึง 7 ครั้ง
วันนี้ (13 ม.ค.) ราคาทองคำ ทยอยปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวัน ทุบสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ไปถึง 7 ครั้ง ที่ทองคำแท่ง ขายออกสูงถึง บาทละ 68,250 บาท และ ทองรูปพรรณ สูงที่บาทละ 69,050 บาท
ก่อนราคาจะเปลี่ยนแปลงไป 17 ครั้ง และปิดตลาดปรับขึ้นรวม 500 บาท ที่ทองคำแท่ง ขายออก บาทละ 68,200 บาท และทองรูปพรรณ 69,000 บาท
สาเหตุที่ทองคำราคาพุ่งขึ้น มาจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ส่งผลทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด และสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่าน ผลักดันความต้องการทองคำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดปีนี้ (2569) ราคาทองมีโอกาสเพิ่มขึ้น 5-15%
ซึ่ง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังออกมาขู่ว่า ประเทศใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่านจะถูกเก็บภาษี 25% หากชาตินั้น ๆ ทำธุรกิจกับสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งคำสั่งนี้ถือว่าสิ้นสุดและเด็ดขาด มีผลบังคับใช้ทันที แต่เบื้องต้น ยังไม่มีเอกสารประกาศอย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ของทำเนียบขาว
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับ ไทยมีความสัมพันธ์และการค้ากับอิหร่าน ชี้สหรัฐฯ ไม่ควรกดดันทุกประเทศเช่นนี้
ย้ำเรื่องเศรษฐกิจเป็นการตัดสินใจของแต่ละประเทศ ซึ่งไทยพิจารณาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และขณะนี้ ยังไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการจากสหรัฐฯ พร้อมแสดงความห่วงใยสถานการณ์ในอิหร่าน อยากเห็นความสงบเพื่อดูแลประชาชนและคนไทยในพื้นที่
ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยอมรับว่ากรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีประเทศคู่ค้ากับอิหร่าน อาจส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้น แต่ในส่วนของราคาน้ำมันประเทศไทย ยืนยันว่า ในช่วงนี้ ยังไม่มีการปรับขึ้นแน่นอน แต่จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมแผนรับมือ