สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง พระราชทาน แก่ "แพทย์ประจำบ้าน ชั้นปีที่ 1" คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568
เวลา 12.55 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ชั้น 10 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง "ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง หรือ Immuno-oncology" พระราชทาน แก่ "แพทย์ประจำบ้าน ชั้นปีที่ 1" คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปีการศึกษา 2568 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นครั้งที่ 2 ในหัวข้อ "ตัวยับยั้ง จุดตรวจของภูมิคุ้มกัน" ซึ่งต่อเนื่องจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ที่สามารถแยกเซลล์ปกติและทำลายเซลล์มะเร็ง ออกจากร่างกายได้โดยอัตโนมัติ หากมี "ตัวยับยั้ง จุดตรวจของภูมิคุ้มกัน" เกิดขึ้น ก็จะมีเซลล์มะเร็งบางส่วน สามารถหลบหลีกการถูกกำจัดจากระบบภูมิคุ้มกันและจะพยายามปรับตัว อยู่ร่วมกับเซลล์ปกติ จนเซลล์มะเร็งลุกลามและแพร่กระจายไปตามร่างกายได้อย่างอิสระ ซึ่งกลไกสำคัญ เกิดจากโมเลกุลของจุดตรวจภูมิคุ้มกันบนผิวของเซลล์มะเร็ง ไปมีปฏิกิริยากับตัวรับบนเม็ดเลือดขาวชนิด ที-เซลล์ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานของระบบเม็ดเลือดขาว จึงทำให้ประสิทธิภาพในการตรวจจับความผิดปกติ ของระบบภูมิคุ้มกันลดลง
ปัจจุบัน มีวิธียับยั้งการกดระบบภูมิคุ้มกันโดยใช้ ยาที่เป็น "โมโนโคลนอล แอนติบอดี้" มาเพิ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเซลล์มะเร็งมากขึ้น ถือเป็นแนวทางใหม่ของการรักษาแบบ "ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง" และขณะนี้ได้มีการวิจัยและพัฒนาแนวทางการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เพื่อหาวิธียับยั้งการหลบหลีกของเซลล์มะเร็ง เช่น การใช้ยากลุ่มยับยั้งจุดตรวจภูมิคุ้มกัน 2 ชนิดร่วมกัน หรือ การใช้ยากลุ่มยับยั้งจุดตรวจภูมิคุ้มกัน ร่วมกับการรักษาแบบเคมีบำบัด ซึ่งถือเป็นความหวังของโลกยุคใหม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันถึงผลการรักษาในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งคือแผนการรักษา ซึ่งจะช่วยชี้วัดเป้าหมายระยะการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนขนาดยาที่ใช้ และระยะเวลาของการใช้ยาตามความเหมาะสมของร่างกาย เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จึงทรงแสวงหาความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การแพทย์ และเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทรงอุทิศพระองค์ในการสอนนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน มาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี เพื่อให้เป็นแพทย์ที่ดี มีความรู้ ความสามารถ และเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในอนาคต อันจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการแพทย์แก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป