ทรัมป์ ยุชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วง ยอดตายพุ่งกว่า 2,000 คน

View icon 10
วันที่ 14 ม.ค. 2569 | 12.59 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงรุนแรงในอิหร่านสูงกว่า 2,000 คน ขณะที่ "ทรัมป์" ประกาศกร้าว "ความช่วยเหลือกำลังไป" พร้อมขอให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อไป

สื่อของรัฐบาลอิหร่านเผยภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 มกราคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นซากความเสียหายจากการประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศ โดยมีทั้งอาคารที่ถูกเผาทำลาย, รถยนต์ที่ถูกเผา รวมทั้งธนาคารที่ได้รับความเสียหาย ส่วนที่กรุงเตหะราน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งอยู่ในรายงานข่าวระบุว่ามียานพาหนะ รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ราว 50 คัน ถูกเพลิงไหม้ ด้านรัฐบาลอิหร่านออกแถลงการณ์กล่าวหาว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันปลุกปั่นการประท้วงครั้งนี้ พร้อมเรียกว่า "การกระทำของผู้ก่อการร้าย"

ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ราว 2,000 คน นับเป็นครั้งแรกที่ทางการอิหร่านรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงทั่วประเทศที่ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของ HRANA กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งรายงานว่า ในช่วง 17 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่านแล้ว 2,003 คน เป็นผู้ประท้วง 1,850 คน เจ้าหน้าที่รัฐบาล 135 คน และพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 9 คน รวมทั้งเด็กอีก 9 คน และมีผู้ถูกควบคุมตัวอีก 16,784 คน

ขณะที่ วานนี้ (13 ม.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงต่อไป และจดจำชื่อของผู้ที่กระทำผิดต่อพวกเขา พร้อมระบุว่า "ความช่วยเหลือกำลังไป" แต่ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า "ความช่วยเหลือ" ที่กล่าวถึงนั้นหมายถึงอะไร แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยขู่ใช้กำลังทางทหารเข้าแทรกแซง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเอาสโลแกนที่มักพูดมาใช้ด้วย โดยระบุว่าจะทำอิหร่านให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make Iran Great Again) ส่วนเรื่องการเจรจากับทางการอิหร่าน ทรัมป์ระบุว่าเขาได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน จนกว่า "การฆ่าที่ไร้เหตุผล" ต่อผู้ประท้วงจะยุติ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า ช่องทางการสื่อสารระหว่างเตหะรานและวอชิงตันยังคงเปิดอยู่ ผ่านทางทูตพิเศษของสหรัฐฯ หรือผ่านตัวกลาง อาทิ สวิตเซอร์แลนด์

ขณะเดียวกัน วานนี้ (13 ม.ค.) รัสเซียออกมาประณาม "การแทรกแซงจากภายนอกที่บ่อนทำลาย" ในการเมืองภายในของอิหร่าน โดยกล่าวว่าหากมีการโจมตีซ้ำรอยแบบเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยทำเมื่อปีที่แล้ว จะส่งผล "ร้ายแรง" ต่อภูมิภาคตะวันออกกลางและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง