วันนี้ (14 ม.ค 69) ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลโพสต์คลิปเหตุการณ์สะเทือนจิตใจ เป็นเหตุการณ์ที่ นายจักกฤษ์ อายุ 28 ปี ทำร้ายลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบกับภรรยาบริเวณหน้าบ้าน เมื่อวันที่ (6 ม.ค.69) ที่ผ่านมา และทำร้ายต่อเนื่องในวันที่ (7 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา
โดยจับขาลูกชายวัย 2 ขวบ ทุ่มพื้น ตบหน้า และกัดตามตัว ที่เถียงนาท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นที่นาของนายจักกฤษ์ จนได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนตามมาทำร้ายภรรยาอีกรอบ จนญาติ ๆ ต้องพาหนีไปหลบอยู่ที่อื่นก่อนเพื่อความปลอดภัย
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี และฝ่ายปกครอง อ.มัญจาคีรี รวมทั้งผู้นำชุมชนในพื้นที่และใกล้เคียงได้ร่วมกันติดตามตัวหาเบาะแส
กระทั่งทราบว่ามีรถเก๋งแต่งซิ่ง สีดำ ของเพื่อนนายจักกฤษ์ มารับตัวออกไป และยังวนเวียนอยู่ในที่นา สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ทางด้าน พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.มัญจาคีรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่หาเบาะแสติดตามจับกุมตัวในนายจักกฤษ์ และได้สอบถามนายพี เพื่อนนายจักกฤษ์ ทราบว่า
โดยหลังเกิดเหตุนายจักกฤษ์ ได้โทรหาแม่ซึ่งทำงานอยู่ที่ โรงงานแห่งหนึ่ง ใน ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม หลังจากนั้นก็มีรถตู้มารับนายจักกฤษ์ ออกจากพื้นที่ไป
ประกอบกับคำให้การของภรรยานายจักกฤษ์ เผยว่า นายจักกฤษ์น่าจะหลบหนีไปอยู่กับแม่ที่ จ.นครปฐม แล้ว พร้อมทั้งจากการสืบสวนทางเทคนิค ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่นายจักกฤษ์ใช้ ปรากฏว่าสัญญาณขึ้นในพื้นที่ ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับโรงงานของแม่นายจักกฤษ์ทำงาน ทำให้เชื่อได้ว่านายจักกฤษ์ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับแม่ที่นครปฐมแล้ว
ภายหลังจากได้เบาะแสดังกล่าวจึงได้ประสานทางตำรวจ สภ.สามพราน จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวนายจักกฤษ์ได้ที่บ้านแม่ของนายจักกฤษ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเพื่อนำตัวนาย มอสกลับดำเนินคดีที่ สภ.มัญจาคีรี โดยทำการสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหาตามหมายจับทั้ง 3 ข้อหา โดยในรายละเอียดอื่น ๆ จะต้องรอทำการสอบปากคำนายจักกฤษ์ก่อน และในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ก็จะมีการนำตัวนายจักกฤษ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุบริเวณเถียงนา
สำหรับทั้ง 3 ข้อหา นั้นไม่สามารถยอมความได้ แม้ว่านายจักกฤษ์กับภรรยาจะเคลียร์ใจกันเข้าใจกันดีแล้ว ซึ่งกระบวนการจะเสร็จสิ้นอยู่ในชั้นศาล และภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแผนประกอบคำสารภาพเสร็จก็จะคุมตัวนายจักกฤษ์ ส่งศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขัง ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป