เช้านี้ที่หมอชิต - เราไปดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ขณะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและค้นหาผู้สูญหาย กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ยังคงติดอยู่ในซากรถไฟขบวนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชาย อายุเพียง 5 ขวบ ก่อนลำเลียงนำตัวเด็กออกมาพร้อมกับส่งรักษาโรงพยาบาลสีคิ้ว
ส่วนผู้ที่เสียชีวิตกระจายอยู่ทั้ง 3 ตู้ แต่มากที่สุดอยู่ที่ตู้ที่ 2 และตู้ที่ 3 ที่เกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากผู้โดยสารไม่สามารถออกมาได้ เพราะเป็นรถปรับอากาศประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า ส่วนหน้าต่างก็เปิดออกไม่ได้เช่นกัน
แน่นอนว่าอุบัติครั้งนี้ไม่ได้มีทีมอาสากู้ภัยฯ แค่ทีมเดียว แต่มีอาสากู้ภัยจากหลายมูลนิธิรวมพลังกันเข้าค้นหาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแข่งกับเวลา
เรียกว่านับจากหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ยังคงระดมค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง แต่การค้นหาเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยหนึ่งในทีมอาสากู้ภัยที่เข้าร่วมค้นหาตั้งแต่ต้น คือทีมอาสากู้ภัยฮุก 31 พูดถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้น ขณะค้นหาผู้สูญหายที่คาดว่ายังติดอยู่ในโบกี้รถไฟ
ส่วนสถานการณ์ตอนเย็น ตอนนี้ยังมีผู้สูญหายอีกทั้งหมด 3 คน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเร่งค้นหา แต่ยังไม่เจอร่าง พบเพียงชิ้นเนื้อมนุษย์ในโบกี้รถไฟตู้ที่สอง
โดยการค้นหาผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจากมูลนิธิต่าง ๆ กว่า 200 นาย แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องใช้วิศวกรประเมินโครงสร้างเครนไม่ให้เกิดการขยับ เพราะเสี่ยงที่จะพังถล่ม
นอกจากนี้ตัวโบกี้รถไฟที่พังเสียหายยังมีน้ำมันไหลออกมา อาจจะมีประกายไฟลุกท่วมได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามในการค้นหาอย่างระมัดระวัง
ทางอาสากู้ภัยฯ ยังย้ำว่า อาสากู้ภัยต้องพยายามเร่งค้นหาผู้สูญหายที่เหลือทั้งหมดก่อนจะมืดค่ำ เพราะการทำงานตอนกลางคืนจะเพิ่มความลำบากมากในการค้นหา
นอกจากทางอาสากู้ภัยที่ร่วมกันค้นหาแล้ว ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังได้จัดกำลังและทรัพยากรสนับสนุนหน่วยงานพลเรือน หน่วยกู้ภัย หน่วยแพทย์ และหน่วยงานด้านความปลอดภัย เพื่อเสริมศักยภาพการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ การอพยพผู้ได้รับผลกระทบ การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ และการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 ย้ำความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมตามความจำเป็น
ในที่สุดสามารถค้นหาผู้สูญหาย พบว่าเป็นผู้เสียชีวิตจำนวน 32 คน โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 31 คน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 คน
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์อัปเดต รวมผู้ประสบภัย จำนวน 99 ราย เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บรุนแรง 7 ราย บาดเจ็บปานกลาง 19 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 38 ราย และสูญหาย 3 ราย
ส่วนผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลสีคิ้ว จำนวน 87 ราย โรงพยาบาลสูงเนิน จำนวน 8 ราย และโรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง จำนวน 1 ราย โดยจำนวนทั้งหมดนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส จำนวน 7 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่การรถไฟยืนยันว่ายังมีผู้เสียหายอยู่ 3 คน ทำให้ทีมกู้ภัยยังคงต้องเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการนำสุนัขของทหารเข้ามาดมกลิ่น
ล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา ทางอาสากู้ภัยฯ ยังไม่ละความพยายามค้นหาผู้สูญหาย
สำหรับการกู้ซากโบกี้รถไฟเจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณจุดเกิดเหตุมาไว้ข้างรางรถไฟ เพื่อรอการชำแหละ ก่อนนำซากเหล่านี้ไปไว้ที่สถานีรถไฟโคราช
ส่วนในวันนี้ เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูล พร้อมกับทำการยกเครนที่เกิดปัญหาลงมาจากข้างบน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน เนื่องจากตัวเครนมีน้ำหนักมากถึง 400 ตัน