ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินคดีภาษี "ทรัมป์"

View icon 50
วันที่ 15 ม.ค. 2569 | 07.26 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินคดีภาษี "ทรัมป์" และยังไม่ระบุว่า จะตัดสินเมื่อใด

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินคดีภาษี "ทรัมป์"
เมื่อคืนนี้ ประมาณ 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย นักลงทุนต่างเกาะติดคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่คาดว่า จะมีการตัดสินชี้ขาด มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากคู่ค้าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ก่อนหน้า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้เลื่อนการตัดคดีจากวันที่ 9 มกราคม ออกไปเป็นวันที่ 14 มกราคม แต่ไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้าว่าคดีใดบ้างที่จะได้รับการตัดสิน

มีรายงานว่า ศาลฯ ยังไม่มีคำวินิจฉัยคดีภาษี "ทรัมป์" และยังไม่กำหนดวันที่จะตัดสินคดี ทำให้ยังต้องติดตามทิศทางของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อไป

สหรัฐฯ ระงับวีซา 75 ประเทศ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมระงับการพิจารณาวีซาสำหรับผู้เดินทางจาก 75 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้ และจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนด จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเสร็จสิ้นการทบทวนกระบวนการพิจารณา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาล

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยรายละเอียดการระงับวีซา จะครอบคลุมวีซาที่มุ่งเน้นการย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากในสหรัฐฯ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มการทำงาน กลุ่มจับสลากกรีนการ์ด กลุ่มมนุษยธรรม

ส่วนสาเหตุ เพื่อปรับปรุงระบบการคัดกรองเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ที่ได้รับวีซาจะไม่เป็นภาระของรัฐ

ในเบื้องต้น คำสั่งนี้เน้นไปที่ "วีซาถาวร" เท่านั้น สำหรับวีซาชั่วคราว เช่น วีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) หรือ วีซ่านักเรียน (F-1) ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่มีวีซาอยู่แล้ว ได้รับการอนุมัติและประทับตราวีซาในพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้วก่อนคำสั่งมีผลบังคับใช้ ยังสามารถเดินทางได้ตามกำหนดการเดิม

"สีหศักดิ์" ขอเช็กข้อมูล ไทยถูกสหรัฐฯ ระงับวีซา
ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดถึงกรณีดังกล่าวว่า เท่าที่ตนเข้าใจ ไม่ใช่การระงับวีซา แต่เป็นการระงับการพิจารณาให้วีซา เพื่อทบทวนขั้นตอนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติ ตนยังไม่อยากให้ความเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากยังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน แต่หากเป็นจริงและส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคนไทย ก็เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง