สัปเหร่อร่ำไห้ ต้องมารับศพลูกตัวเองเหยื่อเครนถล่ม

สัปเหร่อร่ำไห้ ต้องมารับศพลูกตัวเองเหยื่อเครนถล่ม

View icon 447
วันที่ 15 ม.ค. 2569 | 13.49 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
พ่อของผู้เสียชีวิตร่ำไห้ เผยมีลางบอกเหตุก่อนลูกสาวขึ้นรถไฟขบวนที่โดนเครนทับ ตนเป็นสัปเหร่อทำศพคนอื่นมามากว่า 1,000 ศพ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับศพลูกตัวเอง

จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสารสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย สูญหาย 3 ราย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 09.13 น.ของวันที่ 14 มกราคม 2569  ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (15 ม.ค.68) ที่บริเวณด้านหน้าห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เริ่มมีญาติของผู้เสียชีวิต นำเอกสารเดินทางมาเพื่อติดต่อรับศพที่นำมาชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าร่วมประชุมกับแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและญาติผู้เสียชีวิตเพื่อร่วมชันสูตรยืนยันอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาเข้ามาร่วมประชุมเพื่ออธิบาย มาตรการในการเยียวยาให้กับญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้าใจอีกด้วย ซึ่งจนถึงเวลา 11.00 น.วันนี้ ทางแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมาสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้วรวม 12 ราย และอนุญาตให้ญาตินำเอกสารติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีได้แล้ว

ขณะเดียวกัน นายบุญยืน  อายุ 71 ปี พ่อของนางสาวอลิชา หนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตนมารอรับศพลูกสาวตั้งแต่เช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าจะทำการส่งศพลูกสาวกลับไปที่ศรีสะเกษให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งลูกสาวของตนนั้นเดินทางมากับญาติ อีกคนที่นั่งอยู่ติดกัน จะเดินทางไปงานศพญาติที่จังหวัดศรีสะเกษแต่กลับมาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้ง 2 คน

ซึ่งก่อนเดินทางนั้นตนฝันเป็นลางว่าลูกนั่งรถลักษณะคล้ายๆ รถไฟ แต่ไม่มีล้อ โดยที่ในฝันนั้น ลูกสาวได้ชวนให้ตนขึ้นรถไฟมาด้วย ตนบอกว่าไม่ขึ้นหรอกไปเถอะ ตนมั่นใจว่าในฝันนั้นคือลางบอกเหตุถึงเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน  โดยก่อนที่จะเดินทางมาลูกสาวก็ติดต่อกับตนตลอดจนกระทั่งซื้อตั๋วรถไฟขึ้นขบวนรถไฟคันที่เกิดเหตุมาจนขาดการติดต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาตนไปนอนพักอยู่ที่อำเภอโนนสูง ซึ่งตนก็รู้สึกว่าเหมือนลูกสาวจะมาหาพ่อเพราะมีการเคาะห้องเรียกและบอกว่าอยากกลับบ้าน ตนก็เลยบอกกับลูกสาวไปว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตอนเช้าพ่อจะพากลับบ้าน ซึ่งในขณะนี้ทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ ตนเป็นสัปเหร่อมาหลาย 10 ปี ทำศพเห็นคนตายมากกว่า 1,000 ศพ แต่ไม่คิดเลยว่าในครั้งนี้จะต้องมาพบกับศพลูกสาวของตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง