ถ.พระราม 2 เครนถล่ม ผู้ว่าฯสมุทรสาครเผยบริษัทที่รับผิดชอบโครงการนี้คือ บ. อิตาเลียนไทยฯ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน อาการพ้นวิกฤตแล้ว
ความคืบหน้าเหตุเครนถล่มในถนนพระรามที่ 2 วันนี้ (15 ม.ค.69) นายอำนาจ เจริญศรี คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากข้อมูลช่วงเกิดเหตุไม่ได้มีการทำงานก่อสร้าง ไม่มีคนงาน เพราะโครงการนี้จะก่อสร้างในเวลากลางคืน ซึ่งจะมีการปิดถนนระหว่างก่อสร้าง ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และจะเริ่มเปิดให้รถวิ่งสัญจรได้ประมาณตี 5 ซึ่งเหตุถล่มครั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจากการทำงานเมื่อคืนวานนี้ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องเชิญวิศวกรผู้คุมงาน รวมถึงคนงานที่ทำงานก่อสร้างเมื่อคืนนี้มาสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทที่รับผิดชอบโครงการนี้คือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ด้านนายอภิสรรค์ พรายเล็ก เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง บอกว่า เมื่อคืนนี้เป็นกระบวนการขึ้นคานปูน ซึ่งก็มีการทำงานตามปกติ ก่อนเลิกงาน ก็ตรวจเช็กทุกอย่างแล้ว ดูปกติทุกอย่าง ไม่พบความบกพร่องหรือชำรุดของตัวอุปกรณ์ใด ๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ขอให้เป็นกระบวนการสอบสวน ส่วนที่ชาวบ้านเห็นว่ามีการแขวนก้อนคานปูนที่อยู่คานนั้น ก็เป็นกระบวนการตามปกติ ก่อนที่จะติดตั้งคานปูนเข้ากับทางยกระดับด้านบน ก็จะมีการยกขึ้นไปแขวนไว้ก่อน 2 วัน
ส่วนที่โรงพยาบาลมหาชัยซึ่งรับผู้บาดเจ็บเป็นชายชาวเมียนมา มาทำการรักษา โดยแรงงานจังหวัดสมุทรสาครเข้ามาเยี่ยมและมีพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาครเข้ามาสอบคำให้การผ่านล่าม เนื่องจากผู้บาดเจ็บพูดภาษาไทยได้เพียงเล็กน้อย
แพทย์หญิง เกษมา มัชฌิมดำรง ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลมหาชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการคนไข้พ้นวิกฤตแล้ว จากการตรวจสอบร่างกายพบว่า มีกระดูกซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ ศีรษะแตก มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็อยู่ในการรักษาจนกว่าจะอนุญาตให้คนไข้กลับบ้านได้
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนไข้เล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นกำลังจะเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ พร้อมเพื่อน รวม 3 คน จู่ๆก็มีของแข็งมากระแทกศีรษะมันทำให้หมดสติไป ส่วนเพื่อนอีก 2 คนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร มันรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนอยู่บนรถพยาบาล
ด้านนางสาวประภาวดี แก้วศิริพงษ์ เจ้าพนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าผู้บาดเจ็บจะมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน ก็ขอให้มั่นใจว่าสำนักงานประกันสังคมจะมีการดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งมีกรอบวงเงินตั้งแต่ 65,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท ส่วนการหยุดงานก็จะรับค่าจ้าง 70% ของเงินเดือน
นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งทีม เจ้าหน้าที่ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสาครเข้าไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บอีก 1 คนที่โรงพยาบาลเจษฎา 2 ซึ่งทราบว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว