ทราบชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุ เครนถล่มพระราม 2 แล้วทั้ง 2 คน แล้ว

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุ เครนถล่มพระราม 2 แล้วทั้ง 2 คน แล้ว

View icon 743
วันที่ 15 ม.ค. 2569 | 15.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทราบชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุ เครนถล่มพระราม 2 แล้ว คือ นายสมพงษ์ ศรีสุข อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ขณะนี้ยังติดต่อญาติไม่ได้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 คน คือ นายศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ประสานภรรยาแล้ว

15 มกราคม 2569 บรรยากาศล่าสุด ณ จุดเกิดเหตุโครงสร้างเหล็กและคานปูนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ที่ถล่มลงมาทับรถของประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนพระรามที่ 2 ขณะนี้รถเครนพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างที่จะนำมาใช้ยกเศษซากและกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ได้ทยอยมาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว และจะเริ่มปฏิบัติการในช่วงบ่ายนี้ และคาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด

เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว คนแรก คือ นายสมพงษ์ ศรีสุข อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นคนขับกระบะตู้ทึบ ป้ายทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติหรือครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ตามหาญาติ โดยญาติสามารถติดต่อที่กองอำนวยการบริเวณจุดเกิดเหตุ หรือ ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร

ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนนั้น นายจ้างได้ติดตามพิกัดจีพีเอสที่ขาดหายไปกระทันหัน ประกอบกับเห็นข่าว จึงมาดูที่เกิดเหตุ และยืนยันว่า รถกระบะห้องเย็นทะเบียน 3 ฒห 950 เป็นรถของบริษัทตัวเอง มีนายศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งเสียชีวิต ได้ประสานแจ้งภรรยานายศราวุฒิแล้ว

โดยนายณรกฤต เชยสุวรรณา นายจ้างบอกด้วยว่า ผู้ตายทำงานส่งนมมา 4 ปีแล้ว จริงๆ วันนี้ไม่ใช่คิวทำงาน แต่ผู้ตายขอวิ่งงานโซนมหาชัยวันนี้ เพราะมีธุระแถวนี้พอดี ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนขยันทำงานมาก ไม่เคยขาดงาน และน้อยครั้งที่จะลา เป็นเสาหลักของบ้าน และมีภรรยากับลูกเล็กที่ต้องดูแล

ด้านนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นตอนการทำงาน เพราะหากยกเครนลงทั้งระบบก็จะไว แต่หากยกเป็นชิ้นส่วนก็จะใช้เวลาในการทำงาน และอาจกระทบต่อไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่เตรียมดับไฟฟ้าทั้งระบบ ซึ่งอาจกระทบกับประชาชนในพื้นที่จุดเกิดเหตุ

ส่วนช่วงเกิดเหตุไม่ได้มีการทำงานก่อสร้างอยู่ ไม่ได้มีคนงาน เพราะโครงการนี้จะก่อสร้างในเวลากลางคืน ซึ่งจะมีการปิดถนนระหว่างก่อสร้าง ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และจะเริ่มเปิดให้รถวิ่งสัญจรได้ประมาณตี 5  ซึ่งเหตุถล่มครั้งนี้น่าจะเป็นผลพวงมาจากการทำงานเมื่อคืน และเบื้องต้นบริษัทที่รับผิดชอบโครงการนี้คือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ส่วนสาเหตุการถล่มอย่างละเอียด ยังคงต้องรอวิศวกรเข้าตรวจสอบอีกครั้ง

และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมบอกว่า เบื้องต้นได้พูดคุยกับบริษัทรับเหมา ก็คืออิตาเลียนไทย ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทเองยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะต้องรอสอบถามจากผู้ที่ควบคุมงานจุดที่เกิดเหตุ ว่ามีการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกขั้นตอนแล้วหรือไม่  โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัย  โดยหลังจากนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคำถามในภายหลัง ว่าเอื้อประโยชน์ต่อกันหรือไม่ 

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กําชับมาตรการความปลอดภัยในเรื่องดังกล่าว หลังเกิดเหตุซ้ำซ้อน และบ่ายวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง และจะมีการตั้งคณะกรรมการที่เข้ามาดูแล และขณะนี้ได้มีคําสั่งให้หยุดก่อสร้างทุกโครงการไว้ก่อน เพราะทั้ง 2 เหตุการณ์ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเกิดจากคนหรือวัสดุอุปกรณ์

ทั้งนี้เชื่อว่า อย่างไรก็ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องของการป้องกันและแก้ไข ซึ่งอาจรวมไปถึงการขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทรับเหมาชั้นพิเศษ ที่มักปล่อยให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ เพื่อให้ทางบริษัทเองมีความระมัดระวังมากขึ้น และไม่ให้สูญเสียโอกาสในการทำงาน การขึ้นแบล็คลิสต์จะเป็นมาตรการที่สำคัญ เพราะไม่มีบริษัทไหนที่อยากจะถูกขึ้นแบล็กลิสต์อย่างแน่นอน รวมไปถึงการตรวจสอบประวัติย้อนหลังในเรื่องของความผิดพลาดในการทำงานครั้งใหญ่ๆ ด้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง