วันนี้ (15 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายพนม อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดตะกั่วป่า ที่ จ 4/2569 ลงวันที่ 12 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป และซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1),(7),336 ทวิ และมาตรา 210”
พร้อมตรวจยึดของกลาง เสื้อตัวที่ใช้ก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านใน ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ว่า เมื่อวันที่ (8 ม.ค 69) ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. ได้ตรวจพบว่าสินค้า ซึ่งตั้งวางขาย บนชั้นวางภายในห้าง ได้สูญหายไป จึงได้ร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกลุ่มคน จำนวน 6 คน เป็นผู้หญิง 5 คน ผู้ชาย 1 คน มากับรถยนต์เอนกประสงค์ สีดำ ได้ลงจาการรถ และเข้าไปภายในห้าง และกระจายกัน และ หยิบสินค้า แอบในเสื้อผ้า ที่สวมใส่ เป็นสินค้า ประเภท ยาสีฟัน น้ำยาดับกลิ่น ครีมบำรุงผิว และ เครื่องดื่มบำรุง จำพวกแบรนด์
โดยผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มนั้น ได้ซื้อกล่องพลาสติก แล้วหยิบสินค้าอื่นๆ ใส่ในกล่องพลาสติกดังกล่าว เมื่อมาคิดเงินหญิงดังกล่าว ได้จ่ายเงินเฉพาะ ค่ากล่องพลาสติก ไม่ได้จ่ายสินค้า ซึ่งแอบใส่ไว้ในกล่องพลาสติกดังกล่าว ส่วนคนอื่นๆ ซึ่งได้นำสินค้า ใส่ในเสื้อผ้าที่ สวมใส่อยู่นั้น ไม่ได้จ่ายค้าสินค้า แต่อย่างใด กรณีดังกล่าว ทำให้ทางห้างได้รับความเสียหายกว่าแสนบาท จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
จากการสืบสวนตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่า ผุ้กระทำผิด มีจำนวน 6 คน เป็นผู้หญิง 5 คน ผู้ชาย 1 คน ซึ่งปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดผู้กระทำผิดใช้รถยนต์เอนกประสงค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งตรวจสอบพบลักษณะ ตำหนิ รูปพรรณ ที่น่าสังเกตุของรถ คันดังกล่าว โดยที่หลังคารถ มีลักษณะ สีซีดเก่า เห็นเด่นชัด, ใช้ล้อยางลักษณะกว้าง พร้อม ล้ออัลลอยด์ และ ไฟตัดหมอก ด้านหน้าขวา ของรถคันดังกล่าว ไม่มี (มีเพียงด้านหน้าซ้าย 1 ดวง)
โดยจากการตรวจสอบ เชื่อได้ว่า กลุ่มผุ้กระทำผิด เป็นมืออาชีพ ทำเป็นกระบวนการ มีการวางแผนล่วงหน้า ถอดแผ่นป้ายทะเบียน และ ส่วนใหญ่ จะใส่ หน้ากากอนามัย
เพื่ออำพรางใบหน้า
จากการสืบสวน ติดตามพฤติการณ์ กลุ่มผู้กระทำผิด ซึ่งมีแผนประทุษกรรมการกระทำผิดเดียวกัน ในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ พบว่ามีการก่อเหตุ ลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งลักษณะคนร้าย และยานพาหนะ ใกล้เคียงกัน โดยผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นผู้ชาย ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งจากการตรวจสอบกับข้อมูลคนร้ายที่เคยก่อเหตุคดีเกี่ยวกับทรัพย์มาก่อน พบว่ามีลักษณะ และตำหนิรูปพรรณตรงกับ นายพนม เคยมีประวัติถูกจับกุมคดีลักทรัพย์มาแล้ว และรู้จักสนิทสนมกับ นายชิตณรงค์ เจ้าของรถยนต์ คันดังกล่าว
ต่อมา ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำข้อมูลสืบสวนและติดตามผู้ต้องหา จนทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้ไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป