นายกฯ สั่งคมนาคมบอกเลิกสัญญา 2 โครงการ เช่นเครนถล่ม ทับขบวนรถไฟ อ.สีคิ้ว -ทับรถกระบะบนถนนพระราม 2 พร้อมเริ่มสมุดพกขึ้นแบล็กลิสต์ผู้รับเหมา ส่วนกรณีโซเชียลขุดภาพเก่าสมัยภูมิใจไทยเซ็นสัญญาโครงการการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ตั้งใจโจมตีทางการเมือง วอนอย่าสาดโคลนไปมา
วันนี้ (15ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม ว่า ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทางฝ่ายกฏหมาย และผู้ปฏิบัติการรวมถึงผู้ควบคุมระเบียบต่างๆ โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับไปดำเนินการ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากมายต่อชีวิตทรัพย์สิน ของประชาชนและสาธารณะ โดย 2 กรณีนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ไปบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี รวมถึงขึ้นบัญชีดำ ซึ่งจะเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา โดยได้รับข้อแนะนำจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และความปลอดภัยตลอดจนสร้างความมั่นใจให้ต่างต่างประเทศ
ส่วนจะมีการตรวจสอบโครงการอื่น ๆ อีกหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า เอาวันนี้ก่อน เพราะหากขอให้ไปดูกฎระเบียบอื่น ๆ ในภายภาคหน้า วันนี้จะไม่มีผลแบบนี้ออกมา เพราะมัวไปนั่งคิดต้องแก้กฎกระทรวง กฎหมาย วันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องรอรัฐบาลหน้าเข้ามาทำ วันนี้ขอเอาเหตุที่กระทบกระเทือนขวัญระชาชนไว้ก่อน พร้อมย้ำว่ากระทรวงคมนาคม รับทราบเรื่องการบอกเลิกสัญญาแล้ว โดยต้องมีการเตรียมเหตุ ในการบอกเลิกสัญญา ซึ่งมีการกำหนดไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยการส่งคมนาคม จะรับไปดำเนินการในส่วนของรายละเอียดต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรวมไปถึงตึก สตง.ถล่มด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตัวผู้บริหารได้รับโทษไปแล้ว แต่ตนได้ถามในที่ประชุมว่าขณะนี้ตึกหายไปแล้วแต่ทำไมยังไม่ยกเลิกสัญญา จะไปส่งงวดงานที่ไหน และจะปรับสัญญาอย่างไร ในเมื่อไม่มีตึกแล้ว ซึ่งจะปล่อยลอย ๆ ไปไม่ได้ โดยทาง สตง. คงดำเนินการตามระเบียบ
“เกิดเหตุการณ์ 3-4 ครั้ง และเป็นผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้กับรัฐต่อไป ส่วนงานก่อสร้างที่เหลือหลังจากนี้ อย่างที่คืบหน้าไปแล้ว 80% ก็ต้องหาคนมาทำงานต่อ แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องไปยึดเอาจากหลักประกัน เพราะโดยปกติในสัญญามีการหักประกัน และหนังสือค้ำประกันธนาคาร หากรัฐจะต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมก็ยังสงวนสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้องกับผู้ที่ทิ้งงานได้”
นายกฯ ย้ำว่าขอพูดถึงแค่ 2 กรณีนี้ ว่าทำอย่างไรที่จะยกเลิกสัญญาไม่ให้เกิดความเป็นภัย และอันตรายต่อสาธารณะ เพราะทั้ง 2 โครงการนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมีความชัดเจน โดยรายละเอียดเรื่องการตรวจสอบ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการ ตนสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
ส่วนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนเรื่องสมุดพก กรมบัญชีกลางระบุว่า กำลังออกเป็นระเบียบอยู่ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนนี้ หรือต้นเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ในอนาคต ซึ่งไม่ได้มีผลย้อนหลัง พร้อมระบุว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และเราเข้ามาดำเนินการตราออกมาเป็นกฎกระทรวงกระทรวง แต่ยังต้องมีรายละเอียด ข้อบังคับอื่นๆ ที่กรมบัญชีกลางต้องไปร่างออกมา
ส่วนก่อนหน้านี้ที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโยนความรับผิดชอบกันไปมา นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้จับมาประชุมหารือกันทั้งหมด ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกหน่วยงาน เพราะไม่เช่นนั้นต้องสั่งตรงนั้นทีตรงนี้ที วันนี้วันนี้ทุกหน่วยงานก็รับทราบถึงสิ่งที่ควรทำจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาล และรัฐบาลสั่งการให้ทำตามคำแนะนำก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ส่วนกรณีโซเชียลมีการขุดภาพ ในสมัยที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลงนามก่อสร้างและถ่ายภาพร่วมเฟรมกับนายอนุทินด้วยนั้น นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า มันเกี่ยวอะไรด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นความตั้งใจเพื่อหวังโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็แล้วแต่นั้น ทำตามกฎระเบียบ ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทยแต่เป็นรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทางการเมือง อย่าได้พยายามเสียเวลา มิเช่นนั้นจะเป็นการสาดโคลนกันไปกันมาของพรรคการเมือง พร้อมถามกลับว่า อยากให้ประเทศไทยสงบไม่ใช่หรือ ถ้าคนการเมืองทะเลาะกันเอง ประชาชนก็ไม่มีความพึงพอใจ